xs
xsm
sm
md
lg

"ทองคำ" ทำสถิติใหม่! บล.บัวหลวง ชี้สัญญาณยืนยัน Supercycle คาดราคาเป้าหมายปีนี้ 5,000 ดอลล์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บทวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในเชิงพื้นฐาน และเชิงวัฎจักร ภายใต้บริบทของทิศทางดอกเบี้ยโลกที่เข้าสู่ช่วงผ่อนคลาย ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมการถือครองทองคำที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ของทั้งนักลงทุนสถาบัน และธนาคารกลาง การฟื้นตัวของกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ทองคำ ตอกย้ำว่า "ทองคำ" กลับมาเป็นสินทรัพย์หลักในการบริหารความเสี่ยงพอร์ตอีกครั้ง

พร้อมให้มุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง-ยาว และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมองว่า ทองคำ ยังมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะสินทรัพย์สร้างผลตอบแทน และเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในยุคความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินโลกที่เปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ

ในเดือนธ.ค.68 ที่ผ่านมา ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังจากเข้าสู่ช่วงพักฐานตั้งแต่เดือนต.ค. โดยทิศทางราคากลับมาเป็นขาขึ้น ทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 4,380 ดอลลาร์/ออนซ์ มาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 4,550 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนของราคาทองคำในเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยที่ชะลอลง ภาคแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว หนุนมุมมองตลาดว่านโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงผ่อนคลายต่อเนื่องในปี 2569 ประกอบกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ หลังจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเวเนซุเอลา จากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังเรือขนส่งน้ำมัน และการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง

"ความกังวลด้านความมั่นคงในระดับโลก ได้ตอกย้ำบทบาทของทองคำ ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ แม้พัฒนาการเหล่านี้ จะยังไม่ก่อให้เกิดภาวะ Risk-off อย่างเต็มรูปแบบในตลาดการเงินโลก แต่ก็ช่วยความต้องการของทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกได้อย่างต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในปี 2568 โดยราคาปรับขึ้นถึงราว 70% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ที่ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีที่ 22% การปรับขึ้นของราคาทองคำ จึงถือเป็นการปรับขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง รวมถึงโมเมนตัมเชิงบวกของราคา โดยนักลงทุน และธนาคารกลางต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเสริมเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน

ความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน ผ่านกองทุน ETF ทองคำ น่าจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2569 หลังจากที่ฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปี 2568 หนุนจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากสัญญาณการอ่อนแอของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคแรงงาน

โดยปริมาณการถือครองทองคำผ่าน ETF ทั่วโลก เพิ่มขึ้น 481 ตันในต้นปี 256 มาอยู่ที่ระดับ 3,075 ตัน หลังจากที่ไหลออกต่อเนื่องมา 4 ปีติดต่อกัน โดยหากพิจารณากระแสเงินลงทุนเข้า ETF ทองคำรายเดือนในปี 2568 พบว่าเป็นการไหลเข้าสุทธิทุกเดือน ยกเว้นเพียงเดือนพ.ค.68 ที่เป็นการไหลออกสุทธิเพียงเล็กน้อย สะท้อนว่าความต้องการทองคำผ่านการลงทุนใน ETF ที่แข็งแกร่ง และพร้อมเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว

"หากโมเมนตัมนี้สามารถยืนระยะได้ มีโอกาสผลักดัให้การถือครอง กลับไปแตะระดับสูงสุดเดิมที่กว่า 3,400 ตัน ภายใน 2 ปีข้างหน้า หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราวปีละ 5.2%"
ขณะที่ความต้องการถือทองคำของธนาคากลาง ในฐานะสินทรัพย์เพื่อกระจายรูปแบบการถือครองสินทรัพย์สำรองออกจากเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ปริมาณการสะสมทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก รวมแตะ 634 ตัน แม้ว่าปริมาณการสะสมรวมตลอดทั้งปี 2568 จะมีโอกาสต่ำกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (65-67) ซึ่งเป็นปีที่ธนาคารกลางเข้าซื้อในปริมาณสูงกว่า 1,000 ตัน/ปี แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2565 ที่อยู่เพียง 400-500 ตันอย่างมีนัยสำคัญ

"ประเมินว่า ไตรมาส 4/68 จะยังคงเห็นแรงซื้อจากธนาคารกลางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปี 68 น่าจะเป็นอีกปีที่ปริมาณสะสมทองคำของธนาคารกลาง อยู่ในระดับที่สูงผิดปกติ และแนวโน้มดังกล่าว น่าจะต่อเนื่องไปยังปี 2569 สะท้อนบทบาทของทองคำ ที่กลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์สำรอง ยุคภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน"
กำลังโหลดความคิดเห็น