รัฐบาลประกาศสงครามฟอกเงินเต็มรูปแบบ! ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รักษาการนายกฯ เรียกถกหน่วยงานความมั่นคงทางการเงิน สั่งล้อมคอกธุรกิจเสี่ยง ‘ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่กลายเป็นแหล่งซุกเงินโจร งัดมาตรการเข้มสั่ง ปปง.-สรรพากร รื้อเกณฑ์รายงานธุรกรรมร้านทองใหม่ เตรียมหั่นวงเงิน 2 ล้านลง พร้อมจี้ ก.ล.ต. บังคับใช้เกณฑ์ Travel Rule คุมเข้มการโอนคริปโตฯ ทุกเม็ด หวังสร้าง ‘Data Hub’ เชื่อมโยงข้อมูลเชือดขบวนการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจให้สิ้นซาก
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของรัฐบาลในการกวาดล้าง “ทุนสีเทา” และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมเพื่อวางยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน (Data Bureau) โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการอุดรอยรั่วในระบบการเงินที่เอื้อต่อการฟอกเงิน
ผ่าปฏิบัติการปิดตายช่องทาง ‘ฟอกเงิน’
นายอนุทินชี้เป้าไปยัง “ตัวกลางทางการเงิน” ที่ยังมีจุดอ่อนในการตรวจสอบ โดยเฉพาะธุรกิจค้าทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมักถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินผิดกฎหมาย โดยได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. สั่งร้านทองรายงานเข้ม หั่นเพดานเงินสด จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ร้านทองต้องรายงานธุรกรรมเงินสดที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทินมองว่าเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่เกินไป จึงสั่งการให้ ปปง. พิจารณา “ปรับลดวงเงิน” การรายงานลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรืออาจใช้โมเดล “ขั้นบันได” ตามระดับความเสี่ยง เพื่อให้สามารถดักจับธุรกรรมต้องสงสัยได้ละเอียดยิ่งขึ้น
2. จัดระเบียบ ‘ทองออนไลน์’ เก็บภาษี-ส่งข้อมูลสรรพากร สำหรับแพลตฟอร์มเทรดทองออนไลน์ที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมและเสี่ยงต่อการเก็งกำไรแฝงการฟอกเงิน รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากร
ปรับกลยุทธ์เชิงรุกรอบด้าน
- ปรับปรุงประกาศ : ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินให้รัดกุม กำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจน
- บัญชีพิเศษ : ให้กรมสรรพากรจัดทำบัญชีพิเศษ และบังคับผู้ให้บริการต้องนำส่งข้อมูลธุรกรรมทั้งหมด
- รีดภาษี : จับมือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาแนวทางการจัดเก็บ “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” เพื่อสร้างความเป็นธรรมและตรวจสอบเส้นทางการเงิน
3. เข้มคริปโต ฯ เจอของจริง บังคับใช้ Travel Rule ในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัล รัฐบาลมอบหมายดาบอาญาสิทธิ์ให้ สำนักงาน ก.ล.ต. นำเกณฑ์ Travel Rule มาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่จะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต้อง “ระบุตัวตนต้นทางและปลายทาง” ของทุกธุรกรรมการโอนเหรียญดิจิทัล (คล้ายการโอนเงินธนาคาร) พร้อมทั้งกำหนดมาตรการจำกัดวงเงินตามความเสี่ยงของผู้ใช้งาน เพื่อไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลุมหลบภัยของมิจฉาชีพอีกต่อไป
ตั้ง Data Hub อาวุธใหม่ปราบโกง
อย่างไรก็ดีหัวใจสำคัญของคำสั่งการครั้งนี้ คือการยกระดับการจัดเก็บข้อมูลเข้าสู่ศูนย์กลาง หรือ Data Hub ที่จะเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทั้งระบบดิจิทัลและระบบอนาล็อค เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยเส้นทางการเงิน (Money Trail) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และไร้รอยต่อ
อย่างไรก็ดีการขยับตัวของรักษาการนายกฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณแรงไปยังกลุ่มทุนสีเทาและเครือข่ายฟอกเงินว่า รัฐบาลกำลังจะปิดทุกประตูหนี ทั้งประตูทองคำและประตูคริปโตฯ ซึ่งมาตรการนี้หากทำได้จริง ไม่เพียงแต่จะช่วยสกัดกั้นอาชญากรรม แต่ยังช่วยกู้คืนความเชื่อมั่นของไทยในสายตานานาชาติ ในฐานะประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยทางการเงินที่เข้มแข็ง