CAAT ปลดล็อกกำหนดอายุจดทะเบียนเครื่องบิน คาดเสนอ”พิพัฒน์”ลงนามร่างประกาศกบร.ใหม่ ในก.พ.69 แก้ปัญหาสายการบินขาดแคลนเครื่องบิน เพิ่มความคล่องตัวแข่งขัน เน้นตรวจสภาพมาตรฐานเหมือนทั่วโลก
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท.เปิดเผยว่า จากมติที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 เห็นชอบ การแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอากาศยานที่ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนจะจัดหามาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการจากการจำกัดอายุของอากาศยาน เป็นไม่จำกัดอายุอากาศยานทุกประเภท ทั้งอากาศยานปีกแข็งและเฮลิคอปเตอร์ ที่จะจัดหามาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการการบินพลเรือน ซึ่งถือเป็นการยกเลิกการกำหนดอายุเครื่องบินที่จะนำมาจดทะเบียนให้บริการ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ประกอบการจัดหาเครื่องบิน เนื่องจากปัจจุบันตลาดการบินมีความต้องการเครื่องบินสูง ขณะที่ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตเครื่องบินใหม่ได้ทันกับความต้องการ
โดยขณะนี้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมายและข้อบังคับชุดใหม่ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร่างข้อกำหนด กบร. ใหม่ โดย จะประชุมกลั่นกรองในต้นเดือนก.พ. 2569 หลังจากนั้นจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ลงนามใน ข้อกำหนด กบร. ใหม่ต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ครบถ้วนภายในเดือนก.พ. 2569
ผอ. CAAT กล่าวว่า ประเทศไทยมีการกำหนดอายุอากาศยานที่จะนำมาจดทะเบียนเมื่อปี 2538 สำหรับการให้บริการ 3 ประเภท ได้แก่ 1.เฮลิคอปเตอร์ กำหนดอายุไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ผลิต หรือตามที่กฎหมายกำหนด 2.อากาศยานปีกแข็ง หรือเครื่องบินโดยสาร กำหนดอายุอากาศยานที่นำมาให้บริการต้องไม่เกิน 16 ปี นับแต่วันที่ผลิต หรือตามที่กฎหมายกำหนด 3.เครื่องบินขนส่งสินค้า กำหนดอายุไม่เกิน 22 ปี ประกาศกบร.ฉบับใหม่จะกำหนดเป็นความสมควรเดินอากาศ ( Airworthiness of Aircraft )ในการจดทะเบียนอากาศยานแทน โดยมีการตรวจสภาพเครื่องบิน มีความปลอดภัยตามมาตรฐานในการให้บริการ
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการสายการบินหลายราย เตรียมเช่าเครื่องบินมาให้บริการ การปลดล็อกอายุเครื่องบิน จะทำใหัตลาดการบินในประเทศไทย ที่มีความต้องการเครื่องบินสูงมาก มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ICAO ) ไม่ได้กำหนดเรื่องอายุอากาศยานไว้ การกำหนดอายุ เป็นเรื่องของแต่ละประเทศที่จะกำหนด หรือไม่ ซึ่งประเทศชั้นนำด้านการบิน อย่างสหรัฐฯ และเยอรมัน ไม่มีการกำหนดอายุเครื่องบิน แต่ใช้วิธีการตรวจสอบมาตรฐานมากกว่า ซึ่งความปลอดภัยทางการบินมีมาตรฐานสูงตั้งแต่การนำเครื่องเข้าจดทะเบียน และมีการตรวจสอบตามวงรอบการใช้งานอีก
“ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นกับอายุเครื่องบิน แต่เป็นเรื่องของสภาพซึ่งหากมีการตรวจสอบประจำตามมาตฐานก็ไม่มีปัญหา และยืนยันว่า เมื่อปลดล็อกอายุเครื่องบินแล้ว กพท.มีบุคลากรและเครื่องมือในการตรวจสอบเครื่องบินตามระยะเวบาและตามมาตรฐานที่กำหนด”