xs
xsm
sm
md
lg

“บิทคับ ออนไลน์” ทิ้งหุ้นไทยไปฮ่องกง / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจคริปโตเคอเรนซีระดับแนวหน้าของประเทศไทย ประกาศตัวชัดเจนแล้ว เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยล้มเลิกแผนการระดมทุนในประเทศไทย หลังประกาศมาตลอดว่า จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยประมาณปลายปี 2568

แม้จะไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการ ถึงสาเหตุการปรับแผนระดมทุน แต่เป็นที่คาดหมายว่า ตลาดหุ้นไทยที่ตกต่ำซบเซา คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้บิทคับ ฯ ต้องหาทางเลือกที่ดีกว่า

นายท๊อป หรือ "จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา" ผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกก่อตั้งบิทคับ จัดอยู่ในบุคคลระดับเจ้าพ่อคริปโตเคอเรนซี่ มีคนชื่นชมและติดตามผลงานมากมาย

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เป็นหนึ่งใน 9 ธุรกิจของ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งผลประกอบการปี 2567 สดใสมาก โดยมีรายได้รวม 1,987 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% และมีกำไร 970 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 207% เมื่อเทียบกับปี 2566

แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง กำหนดไว้ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยอยูระหว่างขั้นตอน การเสนอขายหุ้น ระดมทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินระดมทุนที่สูงมาก ซึ่งหากจะขายหุ้นระดมทุนในตลาดหุ้นไทย อาจมีปัญหา ถ้ากำหนดราคาหุ้นที่เสนอขายไม่จูงใจนักลงทุน

และสถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยต่อการระดมทุนจำนวนมากด้วย

การที่ “บิทคับ ออนไลน์” ย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง เป็นอีกย่างก้าวของนายท๊อป จิรายุส ในการบุกเบิกตลาดหุ้นต่างประเทศ เพราะบริษัทของไทย มีน้อยรายมากที่ข้ามชาติไปจดทะเบียนนอกประเทศ

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เจ้าของเบียร์ช้างของกลุ่ม นายเจริญ สิริวัฒนภักดีที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เป็นเพราะถูกกระแสสังคมต่อต้าน นำธุรกิจแอลกอฮอล์เข้าตลาดหุ้น จนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่รับเข้าจดทะเบียน

แต่สำหรับ "บิทคับ ออนไลน์" ตลาดหลักทรัพย์ ฯ อ้าแขนรับอย่างเต็มใจ แม้ประชาชนบางส่วน อาจไม่มั่นใจในความยั่งยืนของธุรกิจคริปโตเคอเรนซี และอาจมีคำถามในตัวตนของ "ท๊อป จิรายุส"เจ้าพ่อคริปโตอายุน้อยก็ตาม

การข้ามชาติไประดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง เป็นวาระสำคัญยิ่งของ”ท๊อป จิรายุส” และ ”บิทคับ ออนไลน์” เพราะถ้าระดมทุน 6,500 ล้านสำเร็จ เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงได้

จะเป็นการพิสูจน์ว่า “ท๊อป” คือ "ของจริง" เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ ”เก่งจริง”

และ”บิทคับ ออนไลน์” เป็นบริษัทคริปโตเคอเรนซีที่มีแนวโน้มการเติบโตสดใส จนตลาดหุ้นห้องกงเปิดประตูต้อนรับ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งประชาชนคนไทย ควรดีใจ และสนับสนุนให้ “บิทคับ ออนไลน์” ออกไประดมทุนในต่างประเทศ ขนเงินนอกเข้ามาขยายธุรกิจในประเทศไทย

เพราะนักลงทุน ถูกบริษัทคนไทยปล้นจนแทบหมดเนื้อหมดตัวกันแล้ว โดยบริษัทจดทะเบียนที่เข้ามาระดมทุนในรอบ 10 ปี ส่วนใหญ่สร้างความสูญเสียให้ประชาชนนักลงทุนทั้งสิ้น

หุ้นบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่จองซื้อไว้ ในช่วงที่ ก.ล.ต. อนุมัติเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ส่วนใหญ่ขาดทุน ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนใหม่ หลังเข้าตลาดหุ้นแล้ว ผลกำไรกลับตกต่ำ หรือพลิกเป็นขาดทุน

การที่ ”บิทคับ ออนไลน์” ผละหนีจากตลาดหุ้นไทย หันไประดมทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง จึงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ดี เป็นการเปิดมิติใหม่บริษัทของไทย ในการระดมทุนในต่างประเทศ

และที่สำคัญ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า บริษัทของไทยนั้นแข็งแกร่งจริง มีอนาคตที่ดีจริง จนแม้แต่ตลาดหุ้นต่างประเทศยังยอมรับ

ไม่ใช่อวดอ้างเป็นบริษัทใหญ่ มีมาตรฐานการดำเนินงานที่ดี มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส แต่หดหัวหากินแต่ในประเทศ ระดมทุนแต่ประชาชนคนไทย มุ่งแต่จะเข้าตลาดหุ้นไทย เพื่อปล้นเงินนักลงทุน โดยนำหุ้นเสนอขายในราคาสูง ๆ ออกหุ้นกู้แล้วชักดาบ สร้างความเสียหายย่อยยับให้นักลงทุนนับล้านชีวิต

ถ้า “บิทคับ ออนไลน์” บรรลุเป้าหมายเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงได้ ระดมทุน 6,500 ล้านบาทสำเร็จ ไม่เป็นเพียงการพิสูจน์ว่า “ท๊อป จิรายุส” และบริษัทคริปโตเคอเรนซีแห่งนี้คือ”ของจริง” เท่านั้น

แต่ยังเป็นการประกาศศักดาว่า ธุรกิจของเด็กหนุ่ม ๆ สามารถผงาดบนเวทีตลาดหุ้นชั้นนำในระดับโลกได้

และทำไม บริษัทในประเทศไทยอีกนับหมื่นนับแสน จึงจมปรักกับการระดมทุนในประเทศไทย ไม่กู้แบงก์ ไม่ออกหุ้นกู้ ก็พยายามแต่งตัวเข้าตลาดหุ้น และมักมีเป้าหมายเข้ามาปล้นเงินนักลงทุน






กำลังโหลดความคิดเห็น