xs
xsm
sm
md
lg

"เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ" คาดขายหุ้นปลาย ม.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:





"เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ " เผยหลังกระแสตอบรับดี   หลังเปิด Public Opinion นักลงทุนสนใจสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก คาดปลายเดือนนี้เปิดขายหุ้น  เดินหน้าเข้าตลาด LiVEx  ภายในมกราคมนี้

 

รศ.ดร.รักไทย บูรพ์ภาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ETTH กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้เปิด Public Opinion เพิ่มเติมให้ผู้ที่สนใจลงทุนสอบถามข้อมูลกับบริษัทตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 - 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่ามีผู้สนใจลงทุนสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเข้ามาจำนวนมากกว่า 200 คำถาม โดยครอบคลุมทั้งเรื่องการประกอบธุรกิจของบริษัท การบริหารจัดการความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ งบการเงิน ผลการดำเนินงาน ตลอดจนวัตถุประสงค์ของการใช้เงินที่ได้จากการะดมทุนในครั้งนี้ เป็นต้น

“ETTH ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยนักลงทุนได้สอบถามข้อมูลของบริษัทผ่านขั้นตอน Public Opinion ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสอบถามข้อมูลที่เปิดเผยใน SME-filing โดยเฉพาะในเรื่องการประกอบธุรกิจ งบการเงิน และผลการดำเนินงาน ต้องขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่สนใจและสอบถามข้อมูลเข้ามาเป็นจำนวนมาก” รศ.ดร.รักไทย กล่าว

รศ.ดร.รักไทย กล่าวต่อว่า ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอน Cooling off หลังจากที่ครบกำหนด Public Opinion เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจรายละเอียดของบริษัท ซึ่งคาดว่าในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 นี้ จะเสนอขายหุ้นจำนวน 10 ล้านหุ้นผ่าน Underwriter ได้ และสามารถเข้าจดทะเบียนใน LiVEx โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ ETTH26 ภายในเดือนมกราคม 2569 นี้ โดยจะนำเงินที่ได้ในครั้งนี้ไปลงทุนโครงการ Power Purchasing Agreement (PPA) รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนและชำระหนี้

สำหรับบริษัท เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ETTH ประกอบธุรกิจ จำหน่าย ติดตั้ง และให้บริการเกี่ยวกับระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เป็นหลัก โดยสินค้าและบริการของบริษัท แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. ธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบ Power Purchasing Agreement (Private PPA) ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับลูกค้าโดยตรง โดยส่วนใหญ่บริษัททำสัญญากับภาครัฐหรือหน่วยงานของรัฐ โดยบริษัทจะทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านระบบโซล่าร์เซลล์ที่ติดตั้ง ณ สถานที่ของลูกค้า

2.ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ EPC (Engineering, Procurement, and Construction) ซึ่งเป็นการให้บริการออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร และ 3. ธุรกิจงานบริการด้านโยธา (Civil Work) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงการต่างๆ ในภาครัฐ โดยบริษัทฯ มีความพร้อมในการให้บริการแบบครบวงจร (Turnkey Services) ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบทางวิศวกรรม การวางแผนและบริหารโครงการ ไปจนถึงการก่อสร้างและควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มลูกค้าภาครัฐ ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท และกลุ่มลูกค้าภาคเอกชน

ปัจจุบันบริษัทฯ มุ่งเน้นไปในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก โดยบริษัทฯ ได้ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประเภทที่ 8 งานจัดการพลังงานเพื่อรับโครงการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในโครงการให้บริการไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และได้รับสัญญาระยะยาวกับสถาบันการศึกษาทางภาครัฐต่างๆ ซึ่งทางบริษัทฯ มองว่าเป็นการลงทุนเพื่อสร้างรายได้แบบ Recurring income โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 103.47 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น