xs
xsm
sm
md
lg

รัฐปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ รถน้ำมัน–ซูเปอร์คาร์แพงขึ้น อีวี ถูกลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ 1 มกราคม 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย โดยกรมสรรพสามิตหันมาใช้เกณฑ์ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) และ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เป็นตัวกำหนดอัตราภาษี แทนการพิจารณาเฉพาะขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) เหมือนในอดีต

ผลที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ รถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และปล่อยมลพิษสูง จะมีราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นทันที

ตัวอย่างเช่น รถเครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO₂ ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร เดิมเสียภาษี 12% ปรับเพิ่มเป็น 13% ส่งผลให้ราคารถขยับขึ้นประมาณ 5,000–6,000 บาทต่อคัน

ขณะที่รถที่ปล่อยมลพิษสูงกว่านั้น จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา “ขั้นบันได” และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ รถยนต์หรูและซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร ซึ่งอัตราภาษีถูกปรับขึ้นจากราว 40% เป็น 50% ส่งผลให้ราคาขายเพิ่มขึ้นตั้งแต่หลักแสนบาท ไปจนถึง 2–3 ล้านบาทต่อคัน


ในทางกลับกัน รถยนต์พลังงานสะอาดกลับได้ประโยชน์จากการปรับภาษีครั้งนี้โดยเฉพาะรถไฮบริดที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์มอีโคคาร์ ซึ่งหลายค่ายเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง อัตราภาษีถูกลดจาก 12% เหลือเพียง 6% ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลดลงจาก 8% เหลือ 2% เท่านั้น

อย่างไรก็ดี แม้อัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจะลดลง แต่ต้องไม่ลืมว่า มาตรการสนับสนุน EV 3.0 ซึ่งให้ส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แม้จะมีมาตรการ EV 3.5 ออกมารับช่วงต่อ แต่วงเงินอุดหนุนก็ลดลง ทำให้ราคาสุทธิของรถอีวีอาจไม่ได้ลดลงแรงเท่าที่หลายคนคาดหวัง

สำหรับ เจ้าของรถที่จดทะเบียนก่อนปี 2569 ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียภาษีย้อนหลัง ยังคงใช้อัตราภาษีเดิมตามวันที่จดทะเบียน แต่การปรับโครงสร้างภาษีใหม่นี้ จะเริ่มส่งผลต่อ ตลาดรถมือสอง โดยเฉพาะรถที่ปล่อยมลพิษสูง อาจตกรุ่นเร็วขึ้น และมีแนวโน้มราคาขายต่อลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปเลือกเทคโนโลยีสะอาดมากขึ้น



สรุปอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ปี 2569

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
-รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป : ลดจาก 8% เหลือ 2%
-รถกระบะไฟฟ้า : เพิ่มจาก 0% เป็น 2%

 กลุ่มรถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
-วิ่งไฟฟ้าล้วน ≥ 80 กม./ชาร์จ :คิดภาษี 5%
-วิ่งไฟฟ้าล้วน < 80 กม./ชาร์จ : คิดภาษี10%
-ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร : คิดภาษี 30%


กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV)
ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามปริมาณการปล่อย CO₂ โดยกลุ่มรถอีโคคาร์ ที่เปลี่ยนเป็นระบบไฮบริด อัตราภาษีลดลงจากเดิม 12 % เหลือเพียง 6 %

กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE)
-เครื่องยนต์ ≤ 3.0 ลิตร ปล่อย CO₂ ≤ 100 กรัม/กม. : คิดภาษี 13%
-CO₂ > 100 – 120 กรัม/กม. : คิดภาษี 22%
-CO₂ > 120 – 150 กรัม/กม. : คิดภาษี 25%
-CO₂ > 150 – 200 กรัม/กม. : คิดภาษี 29%
-CO₂ > 200 กรัม/กม. : คิดภาษี 34%

-เครื่องยนต์ > 3.0 ลิตร (รถหรู/ซูเปอร์คาร์) : คิดภาษี 50%

โครงสร้างภาษีใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ 
กำลังโหลดความคิดเห็น