อิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟท์เมนท์ Imagine Thailand Movement สนับสนุนโดย สสส. ซึ่งมีการทำงานร่วมกับผู้นำท้องถิ่น คือเทศบาลตำบลคลองพนพัฒนา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ผู้นำท้องที่ ผู้ก่อการดี แกนนำคนรุ่นใหม่ ผู้นำศาสนา กว่า 10 มัสยิด และ 9 โรงเรียนในตำบลคลองพน รวมถึงอสม. ในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่ปลอดภัย ให้เยาวชน และคนในชุมชนห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยง ทำให้หลายปีมานี้ เกิดการรวมตัวอย่างเข้มแข็ง ภายใต้ บรม คือ บ้าน โรงเรียน มัสยิด หรือรวมเรียกว่า ผู้ก่อการดีตำบลคลองพน
เครื่องมือสำคัญที่ทาง Imagine Thailand Movement ภายใต้ "โครงการร่วมพัฒนาพื้นปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในชุมชนและสถานประกอบการ ด้วยมาตรการชุมชน มาตรการองค์กร” ได้ใช้ในการขับเคลื่อน คือกระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ ดร. อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย) และกระบวนการวิจัยชุมชน ที่ทำการศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรมการบริโภคปัจจัยเสี่ยงของคนในชุมชน ด้วยการสนับสนุนจาก อสม. ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองพนส่วนใหญ่ เกิดความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ปัญหาสุขภาพ ปัญหาสุขภาวะ และยินดีที่จะมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชุมชน โดยเฉพาะกับลูกหลาน ที่ทุกคนต่างเป็นห่วงว่า ทำอย่างไรจึงทำให้พวกเขาห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่ทั้ง 9 แห่ง ก็ได้ลุกขึ้นมาประกาศนโยบายอย่างชัดเจนในการป้องกันปัจจัยเสี่ยง และมีการส่งเสริมบทบาทนักเรียนในการร่วมรณรงค์เรื่องนี้ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ Imagine Thailand Movement ได้สรุปบทเรียนขับเคลื่อนพื้นที่สุขภาวะในตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม ดังนี้
1. จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องใหญ่
ตำบลคลองพน คือพื้นที่ต้นแบบชุมชนสุขภาวะที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สามารถเริ่มต้นได้จากจุดเล็ก ๆ หากมีคนที่เชื่อและร่วมมือกันอย่างจริงใจ “จุดเริ่มต้นของการทำงานในพื้นที่นี้ เกิดจากโครงการ ศิลปินแห่งชาติปราชญ์ปัญญาชน สร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งทำให้เราได้รู้จักกับปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ ได้แก่ บังทวี และ บังเฉม แห่งบ้านท่ามะพร้าว หมู่บ้านท่ามะพร้าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และทดลองกระบวนการสร้างสังคมสุขภาวะร่วมกัน ระหว่างชุมชนและทีมงาน Imagine Thailand Movement”
สำหรับหมู่บ้านท่ามะพร้าวเป็นชุมชนชายฝั่ง ที่อาชีพหลักคือการประมง ในอดีตพื้นที่นี้เคยเผชิญวิกฤติรุนแรงจากการตัดไม้ป่าชายเลนเพื่อเผาถ่านตามสัมปทานของรัฐ จนระบบนิเวศเสียหายอย่างหนัก สัตว์น้ำหายไป แหล่งอาชีพของชาวบ้านพังทลาย หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากหมู่บ้าน แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ ชุมชนแห่งนี้สามารถฟื้นตัวได้ด้วยพลังของเด็กและเยาวชน โดยเด็กนักเรียนในโรงเรียน และผู้นำชุมชนได้รวมพลังกันอย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ร่วมกันปลูกป่าชายเลนคืนกลับ ไปพร้อมๆ กับบูรณาการการเรียนรู้ จนทุกวันนี้บ้านท่ามะพร้าวกลายเป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง
2. จากโครงการสุขภาวะ สามารถพัฒนาสู่การสร้างค่านิยมใหม่ของคนใต้
ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 1 ซึ่งเน้นการทำงานด้านการลดปัจจัยเสี่ยงจากยาสูบ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด เป้าหมายของ Imagine Thailand Movement จึงเริ่มจากการป้องกันและลดละเลิกปัจจัยเสี่ยง เหล่านี้ในพื้นที่ ทว่าเมื่อลงไปสัมผัสจริง ก็พบว่าการสูบใบจาก คือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนใต้ ดังนั้นการจะเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของ การรณรงค์ เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความละเอียดอ่อน และการร่วมมืออย่างลึกซึ้ง
“เราเริ่มต้นด้วยเป้าหมายเล็กๆ แต่ทรงพลัง คือ สร้างการรับรู้ใหม่ว่าการสูบใบจากไม่ใช่เรื่องปกติ และปลูกเมล็ดพันธุ์ของค่านิยมใหม่ในใจคนรุ่นต่อไปว่า คนใต้รุ่นใหม่ ไม่สูบใบจาก ซึ่งเป็นการชวนกันทบทวนว่า วิถีชีวิตใดที่อาจกำลังทำร้ายตัวเราเอง และคนที่เรารัก และชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องรอปัญหาใหญ่ก่อน แต่สามารถเริ่มได้จากความตั้งใจร่วมกันของคนในพื้นที่ ที่เห็นคุณค่าเดียวกันช่วยกันรณรงค์”
3. ค่อยๆ ขยายผลจากหมู่บ้าน สู่ตำบล
จากจุดเริ่มต้นในหมู่บ้านท่ามะพร้าว ความสำเร็จของการทำงานร่วมกับเยาวชนและชุมชนจาก 1 หมู่บ้าน ได้ขยายสู่ระดับตำบล จนเกิดการทำงานร่วมกันกับทั้ง 13 หมู่บ้านและโรงเรียนประถมศึกษาทั้ง 9 แห่งในตำบลคลองพน
“เราใช้กระบวนการ “Problem-Based Learning” หรือการเรียนรู้จากการแก้ปัญหาจริงในพื้นที่ โดยเริ่มจาก ให้ความรู้ – ลงมือปฏิบัติ – ทบทวนและปรับปรุง เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากปัญหาที่ตนเองมองเห็นในชุมชน เช่น ควันบุหรี่มือสอง หรือการสูบใบจากในครอบครัว พวกเขาคิด วางแผน ทดลอง และเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้นจริง จนเกิดการเรียนรู้แบบวนซ้ำ Learning Loop ที่ต่อเนื่องและเติบโต ผลลัพธ์ที่สำคัญคือ เด็กๆกลายเป็นผู้นำ คือเปลี่ยนจากผู้เรียน กลายเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตนเอง”
4. การทำงานกับโรงเรียน: ต้องเข้าใจบริบท และไม่เพิ่มภาระ
“เราตั้งหลักชัดเจนว่าโครงการฯ ของเราต้องสร้างภาระให้น้อยที่สุด แต่สร้างประโยชน์ให้มากที่สุด จึงเริ่มต้นด้วยการพูดคุยและทำความเข้าใจบริบทของครูและโรงเรียน สำรวจตัวชี้วัด ข้อจำกัด และภาระงานจริงของครู ก่อนจะออกแบบกิจกรรม ให้สอดคล้อง และต่อยอดกับสิ่งที่โรงเรียนกำลังทำอยู่ ไม่ใช่เพิ่มงาน แต่เป็นการเติมคุณค่าให้กับงานเดิม ทำให้ทั้งผู้อำนวยการ คุณครูแกนนำ ยินดีเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนต่อเนื่อง”
5. จัดการเรียนรู้ ให้เด็กเติบโตไปพร้อมชุมชน
ตลอดการขับเคลื่อนImagine Thailand Movement ได้ทำงานร่วมกับผู้นำเยาวชน โรงเรียน และชุมชน ในการบ่มเพาะให้ เด็กและเยาวชนในตำบลคลองพนได้พัฒนาทักษะการคิดเชิงระบบผ่านการลงมือทำจริง “โดยเด็กๆ ได้เรียนรู้การคิด การวางแผน การแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุด ได้เรียนรู้ว่า ความรู้ทำให้เราพัฒนาได้ดีขึ้น ทำให้เด็กๆเห็นความเชื่อมโยงระหว่างตนเองกับชุมชน และตระหนักว่าแม้เสียงของพวกเขาอาจเบา แต่ก็สามารถเปลี่ยนโลกเล็กๆ ของตนเองได้จริง”
6. จัดเวทีให้เยาวชน เพื่อให้เสียงเล็กๆ ดังถึงหัวใจของผู้ใหญ่
จุดหมายปลายทางของการเรียนรู้คือการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลง ในการขับเคลื่อนฯ จึงมีการชวนให้โรงเรียนมาจัดนิทรรศการแสดงผลงานของเยาวชนจากทั้ง 9 โรงเรียนในตำบลคลองพน โดยเชิญผู้นำชุมชน หน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคศาสนา มาร่วมรับฟังเสียงของเด็ก ๆ โดยหนึ่งในเสียงที่สะท้อนก้องที่สุดมาจาก ด.ช.สิทธิเดช เบิกนา ตัวแทนเยาวชนคลองพน ที่กล่าวว่า “ถ้าผู้ใหญ่ยังสูบ แล้วเด็กจะเชื่อใคร? ถ้าผู้ใหญ่ยังนิ่ง แล้วพวกเราจะรณรงค์กันไปทำไม?” คำพูดสั้นๆ แต่มีพลังมากพอนี้ ทำให้ผู้ใหญ่เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากการรับฟังซึ่งกัน”
7. หลักศาสนา สามารถเป็นพลังสร้างสังคมสุขภาวะ
“ตำบลคลองพน เป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม โดยกว่า 60% ของประชากรเป็นชาวมุสลิม Imagine Thailand Movement จึงเห็นโอกาสเชื่อมโยงหลักคำสอนทางศาสนาอิสลาม เข้ากับแนวคิด สุขภาวะ เพราะในศาสนาอิสลาม ของมึนเมาเป็น ฮะรอม เป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนาอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจใหม่ ผ่านผู้นำศาสนาที่ชุมชนเคารพ จากการทำงานร่วมกับผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ทั้ง 13 มัสยิดในตำบลคลองพน ผ่านเวทีแลกเปลี่ยน การเข้าไปพูดคุยสื่อสารต่อเนื่อง ในที่สุดเกิดเป็น “ข้อตกลงร่วม” (MOU) ว่า ผู้นำศาสนาในตำบลคลองพนจะไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการสูบบุหรี่ และจะร่วมกันรณรงค์สร้างชุมชนปลอดปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง”
ดร. อุดม หงส์ชาติกุล กล่าวว่า บทเรียนจากการขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะตำบลคลองพน สะท้อนชัดเจนว่า ตำบลคลองพนไม่ใช่เพียงพื้นที่ดำเนินโครงการ แต่คือห้องเรียนของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และพร้อมเป็นต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ทางสังคมที่งอกงามจากภายใน ที่ผู้คนจากหลากหลายฝ่ายได้เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งผู้นำชุมชน เด็ก เยาวชน ครู ผู้นำศาสนา ผู้ก่อการดี หน่วยงานทั้งภายในและภายนอก โดยเราได้เรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงไม่อาจเกิดจากการรณรงค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการฟัง การเข้าใจ และการร่วมสร้างสิ่งใหม่ที่เติบโตจากรากของชุมชนเอง”
ผู้สนใจติดตามความเคลื่อนไหวการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ Imagine Thailand Movement สามารถดูรายละเอียดได้ทาง FacebookPage: ImagineThailandMovement https://www.facebook.com/imaginethailandmovement/