หนึ่งในพื้นที่สำคัญ ที่หลายปีมานี้ ทางอิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟท์เมนท์ Imagine Thailand Movement สนับสนุนโดย สสส. ได้เข้าไปขับเคลื่อนเพื่อสร้างความร่วมมือของคนในชุมชน ในการร่วมพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ ภายใต้ "โครงการร่วมพัฒนาพื้นปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในชุมชนและสถานประกอบการ ด้วยมาตรการชุมชน มาตรการองค์กร” จนเกิดตัวอย่างความร่วมมือ กระบวนการทำงาน สู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เป็นตำบลสุขภาวะต้นแบบ คือตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีการทำงานต่อเนื่องร่วมกับผู้นำท้องถิ่น คือเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 6 หมู่ คณะกรรมการผู้ก่อการดี อสม. ชมรมผู้สูงอายุ ปราชญ์ ศิลปิน ท่านเจ้าอาวาส ผู้อำนวยการและคุณครูโรงเรียนวัดเจ็ดเสมียน โรงเรียนวัดสนามชัย รวมถึงผู้ประกอบการ ในนิคมอุตสาหกรรมราชบุรี
๐ สะท้อนชัด “สุขภาวะ” ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ “เราทุกคน”
Imagine Thailand Movement ได้สรุปบทเรียน ความก้าวหน้าของขับเคลื่อนพื้นที่สุขภาวะในตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ดังนี้
1. บริบทของพื้นที่และทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง คือปัจจัยสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนา “พื้นที่สุขภาวะ ซึ่งจากการที่ตำบลเจ็ดเสมียนเป็นชุมชนที่มีรากวัฒนธรรมอันลึกซึ้งและเข้มแข็ง ผู้คนมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และความเป็นมาของเมืองเก่า มีการรวมกลุ่มกันในหลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มกีฬา กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข และกลุ่มเยาวชน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทุนทางสังคม ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ ซึ่งพร้อมจะถูกต่อยอดสู่การพัฒนา “พื้นที่สุขภาวะ” “การทำงานในเจ็ดเสมียน ไม่ใช่การเข้าไปสร้างสิ่งใหม่ แต่คือการ “เชื่อมต่อสิ่งที่มีอยู่แล้ว” ให้แข็งแรงและมีพลังมากขึ้น โดยสอดแทรกเรื่องของการป้องกัน ควบคุม และลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพเข้าไปในกิจกรรมเดิมที่ชุมชนคุ้นเคยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกีฬา งานประเพณี หรือกิจกรรมของกลุ่มต่างๆ”
2. การสร้างข้อตกลงร่วม: พื้นที่กิจกรรมต้องปลอดปัจจัยเสี่ยง จะต้องเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของคนในพิ้นที่อย่างแท้จริง จากการวางหลักการทำงานร่วมกับชุมชนไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่า ทุกกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุน จะต้องจัดในพื้นที่ที่ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด” ไม่ว่าจะเป็นยาสูบ แอลกอฮอล์ หรือสิ่งเสพติดอื่น ๆ ทำให้ข้อตกลงในการทำกิจกรรมร่วมกันไม่ใช่ “เงื่อนไขโครงการ” แต่คือ “กติกาชุมชน” ที่ทุกคนร่วมกันออกแบบและยอมรับ และคนในชุมชนเกิดการรับรู้ร่วมกันว่า พื้นที่สาธารณะนั้นเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ทุกคนมีส่วนร่วมดูแล รู้ และเป็นสัญญาใจร่วมกันว่า “สุขภาวะของชุมชน คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน” หากเห็นใครสูบบุหรี่ในพื้นที่แข่งกีฬา พื้นที่จัดกิจกรรมในตลาด ก็จะต้องไปช่วยสะกิดเตือนให้เขา
3. ทุกกิจกรรมสามารถเป็นเวทีเรียนรู้เรื่องสุขภาวะ
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการจัดการแข่งขันกีฬาชุมชน เช่น ฟุตบอล หรือเซปักตะกร้อ งานประเพณี ก่อนเริ่มกิจกรรม จะมีการสื่อสารชัดเจนกับทุกทีมและผู้เข้าร่วมงานว่า พื้นที่จัดกิจกรรม เป็นพื้นที่ปลอดยาสูบ และแอลกอฮอล์ มีป้ายประชาสัมพันธ์เตือนอย่างเห็นได้ชัด และมีอาสาสมัครคอยดูแลตลอดเวลา ในบางครั้งหากมีคนเผลอนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามา ชาวบ้านที่ร่วมงานเองจะเป็นคนเข้าไปบอกอย่างสุภาพ และนี่คือ “จุดเปลี่ยนทางสังคม” ที่สำคัญ — จากการบังคับใช้กฎ สู่การดูแลกันด้วยวัฒนธรรมชุมชน ด้วยกติกาชุมชน การแข่งขันกีฬาจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อความสนุก แต่กลายเป็น “พื้นที่เรียนรู้ร่วม” ที่ทุกคนในชุมชนช่วยกันฝึกวินัย สร้างข้อตกลงร่วม และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
4. สร้างมาตรการชุมชน ด้วยการค่อยๆ ซึมเข้าในวัฒนธรรม
ด้วยการสร้างกติกาชุมชน ไม่สามารถสั่งได้จากภายนอก Imagine Thailand Movement จึงเลือกใช้วิธีค่อยๆ ทำให้กฎนี้เข้าไปอยู่ในความรู้สึกของคนผ่านกิจกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของพื้นที่ “หลังจากดำเนินงานต่อเนื่องประมาณ 8 เดือน เราจึงจัดเวทีหารือและเชิญตัวแทนจากทุกภาคส่วนในตำบล — ทั้งเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ครู อสม. และผู้นำเยาวชน มาร่วมกันประกาศ ข้อตกลงร่วม ของตำบลเจ็ดเสมียนว่า พื้นที่กิจกรรมในตำบล เป็นพื้นที่ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ “มาตรการชุมชน” ที่เกิดจากฉันทามติของทุกภาคส่วน ไม่ใช่คำสั่งจากใครคนหนึ่ง แต่คือเสียงร่วมของทั้งตำบล เพื่อประโยชน์กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน
5. หัวใจสำคัญคือ การขยายสู่ใจกลางชุมชน: ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน
เมื่อแนวคิดพื้นที่สุขภาวะ เริ่มหยั่งรากในชุมชน จึงมีการขยายการทำงานจากพื้นที่กิจกรรมสู่ “พื้นที่เศรษฐกิจ และสาธารณะ” นั่นคือ ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชีวิตผู้คนในตำบล โดยผสานความร่วมมือกับท่านเจ้าอาวาสวัดเจ็ดเสมียน ผู้นำ ผู้ดูแลตลาด และตัวแทนพ่อค้า แม่ค้า จัดเวทีพูดคุยเพื่อร่วมกันออกแบบตลาดปลอดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งในที่สุดเมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็นำไปสู่การประกาศข้อตกลงร่วมกันว่า ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน จะเป็นพื้นที่ปลอดยาสูบ และแอลกอฮอล์ 100% มีการติดตั้งป้ายประกาศข้อตกลงในตลาด และมีการประกาศเสียงตามสายทุกครั้งที่มีตลาดนัด เพื่อเตือน และรณรงค์ให้คนในชุมชนตระหนักร่วมกัน สิ่งที่น่าประทับใจคือ การได้รับความร่วมมืออย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้า และผู้มาเยือนตลาด จนทำให้ตลาดเก่า 119 ปี กลายเป็นตลาดสุขภาวะตัวอย่างที่ผู้คนพูดถึงในวงกว้าง ใครไปช้อป ก็สบายใจ ไร้ควันบุหรี่ หรือหากมีใครเผลอสูบบุหรี่ในตลาด ก็จะได้รับคำแนะนำ คำสะกิดเตือนด้วยความรัก ให้ไปสูบยังที่จัดไว้ให้
ดร. อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย) ผู้นำการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ ภายใต้ อิมเมจิน ไทยแลนด์ มูฟเมนท์ (Imagine Thailand Movement) สรุปบทเรียนจากการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะที่ตำบลเจ็ดเสมียนว่า สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการสร้างข้อตกลงร่วม “สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากตำบลเจ็ดเสมียน คือ การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจาก การบังคับ หรือ โครงการภายนอก แต่เกิดจาก ความเข้าใจ ความศรัทธา และการมีส่วนร่วม กฎที่มีพลังที่สุด ไม่ใช่กฎที่เขียนไว้บนกระดาษ แต่คือกฎที่คนทั้งชุมชนเลือกจะเชื่อ และทำตามด้วยหัวใจ ตำบลเจ็ดเสมียนจึงกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบของ “มาตรการชุมชน” ที่สะท้อนว่า เมื่อทุกคนร่วมมือกันดูแลพื้นที่ของตนเอง สุขภาวะก็ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ “เราทุกคน”
ผู้สนใจติดตามความเคลื่อนไหวการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ Imagine Thailand Movement สามารถดูรายละเอียดได้ทาง FacebookPage: ImagineThailandMovement https://www.facebook.com/imaginethailandmovement/