xs
xsm
sm
md
lg

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง มี.ค. 68 เพิ่ม 0.5% ขยายตัว 10 เดือนติด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สนค.เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มี.ค. 68 เพิ่ม 0.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือนติด จากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทำให้มีความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบสูงขึ้น คาด เม.ย.ขยับต่อ แม้จะติดวันหยุดสงกรานต์ เหตุมีการเร่งก่อสร้าง และความต้องการสินค้าซ่อมแซมอาคาร ที่พักอาศัย หลังเจอแผ่นดินไหว รวมทั้งสงครามการค้าที่ทำให้เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม มีราคาผันผวน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มี.ค. 2568 เท่ากับ 112.8 เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับ มี.ค. 2567 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 1 ทำให้มีความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในหลายหมวดเพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับรายละเอียดดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เพิ่ม 0.9% จากการสูงขึ้นของไม้พื้น ไม้แบบ วงกบประตู และวงกบหน้าต่าง จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าดำเนินการ และค่าขนส่งสูงขึ้น หมวดซีเมนต์ เพิ่ม 1.2% จากการสูงขึ้นของสินค้าสำคัญอย่างปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และปูนซีเมนต์ผสม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (แร่ยิปซั่ม) และต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น รวมทั้งความต้องการใช้ในการก่อสร้างภาครัฐเพิ่มขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพิ่ม 0.9% จากการสูงขึ้นของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสำคัญอย่างปูนซีเมนต์ และค่าขนส่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หมวดวัสดุฉาบผิว เพิ่ม 1.1% จากการสูงขึ้นของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง และน้ำมันเคลือบแข็งภายในและภายนอก เนื่องจากราคาผงสีและเม็ดแก้วลูกเล็กสำหรับผลิตสีทาถนนสะท้อนแสงปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างด้านคมนาคมของภาครัฐเพิ่มขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา เพิ่ม 2.2% จากการสูงขึ้นของสายไฟฟ้า VCT สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เพิ่ม 6.8% จากการสูงขึ้นของยางมะตอย เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมของภาครัฐเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ส่วนหมวดสินค้าสำคัญที่ดัชนีราคาลดลง ได้แก่ หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลด 2.9% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H และชีตไพล์เหล็ก จากปัญหาวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยืดเยื้อทำให้มีอุปทานเหล็กสูง กดดันให้ราคาเหล็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง หมวดกระเบื้อง ลด 1.2% จากการลดลงของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา กระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องยาง PVC ปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หมวดสุขภัณฑ์ ลด 2.3% จากการลดลงของโถส้วมชักโครก กระจกเงา และราวจับสเตนเลส ได้รับผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการใช้สินค้าดังกล่าวลดลงตามไปด้วย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างยังคงมีทิศทางขยายตัว แม้ว่าในเดือน เม.ย. 2568 จะมีช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แต่มีปัจจัยบวกจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทำให้โครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจขยายตัว มีความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการซ่อมแซมอาคาร ที่พักอาศัยหลังเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว ซึ่งนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีข้อสั่งการให้มีการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับราคาโดยไม่เป็นธรรม และยังมีปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าระลอกใหม่จากนโยบายทางภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์ของสินค้าวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม เป็นต้น มีความผันผวนสูงและปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น