xs
xsm
sm
md
lg

MINT มั่นใจเติบโตต่อเนื่องในภาคการท่องเที่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้บริหารของ MINT ยืนยันแนวโน้มสดใสสำหรับภาคการท่องเที่ยวทั้งในทวีปยุโรปและประเทศไทย หนุนโดยข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทและการจองห้องพักล่วงหน้าสำหรับช่วงที่เหลือของปี


นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) กล่าวว่า ฤดูการเดินทางที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2023 ในทวีปยุโรปยังคงได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง โดยมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษสำหรับเดือนกันยายนและตุลาคมจากที่เห็นยอดการจองห้องพักล่วงหน้า โดย MINT ได้รับอนิสงค์ไม่เพียงเฉพาะจากการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนแต่ยังรวมถึงการเดินทางเชิงธุรกิจที่แข็งแกร่ง

โดยในช่วงครึ่งแรกของเดือนกันยายน โรงแรมเหล่านี้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่น่าประทับใจเกินร้อยละ 70 อัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตต่อเนื่องจากค่าห้องเฉลี่ย (ADR) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในภูมิภาคดังกล่าว การจองห้องพักล่วงหน้าของเดือนกันยายนสูงขึ้นร้อยละ 15 ถึง 20 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ในขณะเดียวกันยอดการจองห้องพักในเดือนตุลาคมดูแข็งแกร่งและเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้

การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย โรงแรมของ MINT ในประเทศไทยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน โดยเติบโตในอัตรามากกว่าสองหลักจากตัวเลขผลการดำเนินงาน อาทิ อัตราการเข้าพัก ค่าห้องเฉลี่ย (ADR) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) แนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งส่งผลต่อมุมมองในทิศทางบวกที่มีต่อเนื่องจนถึงฤดูการท่องเที่ยวไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมถึงแผนการให้วีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวจีน ยังเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับโรงแรมของ MINT ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดในประเทศไทย โดยมีโรงแรมมากถึง 33 แห่งและห้องพักเกือบ 6,000 ห้อง ในประเทศไทย

กลยุทธ์สำหรับความสำเร็จอันต่อเนื่อง: จากความสำเร็จที่สูงกว่าความคาดหมายในไตรมาสก่อน MINT ยังคงเดินหน้าในการดำเนินกลยุทธ์ทางด้านธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในการปรับเปลี่ยนการตลาดของแบรนด์ (repositioning) การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ (re-branding) และการขยายระหว่างแบรนด์ข้ามภูมิภาคไปยังตลาดใหม่ (cross-brand expansion) เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักและกำไรให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย


ประเด็นการขยายขอบเขต ซึ่ง MINT ไม่หยุดนิ่งกับความสําเร็จในปัจจุบัน บริษัทมีเป้าหมายที่จะดึงนักท่องเที่ยวชาวเอเชียไปยังทวีปยุโรปมากขึ้นและในทางกลับกัน โดยใช้ประโยชน์จากการขายและการจัดจําหน่ายข้ามเครือข่าย กลยุทธ์นี้คาดว่าจะไม่เพียงแต่เสริมสร้างสถานะของ MINT แต่ยังสร้างโอกาสสําหรับการเติบโตมากขึ้น ทําให้ตําแหน่งในฐานะผู้เล่นหลักในภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกแข็งแกร่งขึ้น การรวมกันของโปรแกรมสมาชิกระหว่าง GHA และ NH Hotel Group ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อกลางปีที่ผ่านมาทําให้ GHA DISCOVERY ของ MINT เป็นหนึ่งในโปรแกรมความภักดีด้านการบริการที่ใหญ่ที่สุดในโลก โปรแกรมนี้จะเพิ่มการจองโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของ MINT และเพิ่มความสามารถในการทํากําไรอย่างต่อเนื่อง

นายชัยพัฒน์ กล่าวว่า "ผมยินดีที่จะเน้นว่าแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงในทวีปยุโรปและประเทศไทยเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่ MINT มีต่อความสำเร็จและความสามารถในการปรับตัวตามสภาวะการตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากแนวโน้มที่สดใส MINT มั่นใจในการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในปี 2023 และรวมถึงปี 2024"

ด้วยสัญญาณที่ดีและกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ MINT พร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยว บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับกำไรที่สูง สำรวจตลาดภูมิภาคใหม่ และส่งผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในบริษัทด้วยเช่นกัน

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ MINT ดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของเอง บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมและเซอร์วิส สวีทมากกว่า 530 แห่ง ภายใต้แบรนด์ อนันตรา, อวานี, โอ๊คส์, ทิโวลี, เอ็นเอช คอลเลคชั่น, เอ็นเอช, นาว, เอเลวาน่า, แมริออท, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, เรดิสัน บลู และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน 55 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป อเมริกาใต้ และอเมริกาเหนือ
นอกจากนี้ MINT เป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีร้านอาหารกว่า 2,500 สาขา ใน 23 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริเวอร์ไซด์, เบนิฮานา, ไทย เอ็กซ์เพรส, บอนชอน, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ ควีน, เบอร์เกอร์ คิง, คอฟฟี่ เจอนี่ และกาก้า นอกเหนือจากร้านอาหารพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กว่า 1,000 สาขา (เช่น S&P และเบรดทอล์ค) อีกทั้งยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์และรับจ้างผลิต ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ อเนลโล่, เบิร์กฮอฟฟ์, บอสสินี่, ชาร์ล แอนด์ คีธ, โจเซฟ โจเซฟ, สวิลลิ่ง เจ. เอ. เฮ็งเคิลส์ และไมเนอร์ สมาร์ท คิดส์
กำลังโหลดความคิดเห็น