xs
xsm
sm
md
lg

กล้วยติดหนึบ ไร่บ้านข้าวหอม ฉีกรูปแบบกล้วยตากแบบลูกเป็นแท่งพอดีคำ ส่งขายทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


“นายธนบดี ไพรวรรณ” และ “นางสาวชนิษยา ไพรวรรณ”
กล้วยตากเป็นการถนอมอาหารไทยแบบดั้งเดิม ที่มีนานนับร้อยปี มีการสืบค้นว่าการทำกล้วยตากสายพันธุ์มะลิอ่อง ที่จังหวัดพิจิตร แหล่งปลูกกล้วยสายพันธุ์มะลิอ่อง ที่มีรสชาติที่ดีที่สุดในประเทศไทย เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 4 และตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง กล้วยตากถูกจัดเป็นหนึ่งในของดีและสินค้าของฝากยอดนิยมของจังหวัดพิจิตร


อย่างไรก็ดี จากการที่กล้วยน้ำว้านั้นมีการปลูกกันทุกพื้นที่ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายให้ผลผลิตที่ดี ไม่ว่าจะอยู่ในภาคไหนของประเทศไทย ทำให้การแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วย ในรูปแบบของกล้วยตากจึงมีอยู่แทบทุกจังหวัด แม้ว่ากล้วยตากจะเป็นที่นิยม แต่ด้วยผู้ทำขายเป็นจำนวนมาก การจะเข้ามาทำตลาดกล้วยตากให้ประสบความสำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องง่าย คู่แข่งในตลาดมีอยู่เป็นจำนวนมาก และกล้วยเหมือนๆกันมาจากแหล่งผลิตใกล้เคียงกัน ทำให้สองสามีภรรยา เจ้าของสวนกล้วยตากสายพันธุ์มะลิอ่อง อย่าง “นายธนบดี ไพรวรรณ” และ “นางสาวชนิษยา ไพรวรรณ” ต้องหันมาพัฒนากล้วยตากธรรมดาให้ไม่ธรรมดา ด้วยการทำกล้วยตากที่ตั้งชื่อว่า กล้วยติดหนึบ ไร่บ้านข้าวหอม Banana Stick by Raibaankaohom



กล้วยตากรายแรกใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากพาราโบล่า โดม

นายธนบดี เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเองก็ปลูกกล้วยส่งขายให้กับผู้นำกล้วยไปแปรรูปเป็นกล้วยตากอีกที่หนึ่ง แต่ด้วยความที่กล้วยล้นตลาด ทำให้โรงงานที่รับซื้อกล้วยหยุดรับซื้อ และให้ราคาที่ถูกมาก ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสองสามีภรรยา ซึ่งเป็นเกษตรกรอาชีพหลักปลูกกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ก็เลยต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรกับกล้วยที่เราปลูก เพราะราคาถูกมาก มีคนปลูกกล้วยกันทุกพื้นที่ในประเทศไทย ก็เลยได้ข้อสรุปว่า ต้องทำกล้วยตากขายเอง แต่ทำอย่างไรให้กล้วยตากของเราแตกต่างจากล้วยตากที่มีอยู่ในท้องตลาด เป็นที่มาของการนำกล้วยมาผ่าซีกเป็น 4 ชิ้น และนำมาตากและอบแห้ง ด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ พาราโบล่า โดม ด้วยอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส

“โดยเราได้เป็นรายแรกที่ใช้การตากกล้วยด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ พาราโบล่า โดม ซึ่งในปี 2561 ทางกระทรวงพลังงาน ได้ทำการพัฒนาพาราโบล่าโดม ออกมาเพื่อให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้นำไปต่อยอดในการสร้างอาชีพ และเราก็หนึ่งในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนพาราโบล่า โดม จากกระทรวงพลังงานในครั้งนั้น ทำให้เราเป็นรายแรกที่ทำกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ จากพาราโบล่า โดม ซึ่งข้อดีของการตากกล้วยด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยให้กล้วยตากมีกลิ่นหอมจากแสงแดดตามธรรมชาติ”


ที่มาของการทำกล้วยตากแบบแท่งพอดีคำ

นายธนบดี เล่าถึง การทำกล้วยตากที่เป็นไฮไลท์ของเรา ไม่ได้อยู่ที่การตากในโพลาโบล่า โดม แต่การทำกล้วยตากที่ไม่ได้ตากทั้งลูกเหมือนกล้วยตากทั่วๆไป แต่เป็นการนำกล้วยมาผ่าฉีกให้พอดีคำ แนวคิดมาจากมองเห็นว่ากล้วยตากคนทำเยอะแล้ว เลยคิดต่างมุมนำกล้วยมาหั่น ครั้งแรกหั่นออกมาหลายแบบ ทั้งหั่นเป็นกลมบ้าง เป็นแท่งบ้าง และสุดท้ายออกมาเป็นแท่งเพราะเมื่อนำไปตากได้กล้วยตากที่รสชาติดี โดยเฉพาะแกนกลางกล้วยเมื่อโดนแดดทำให้รสชาติกล้วยที่ดีเพราะน้ำระเหิดออกไป แกนกลางแห้งเวลากินจะออกหนึบ เลยเป็นที่มาของชื่อกล้วยติดหนึบ และอยากสื่อว่า เวลาลูกค้ากินก็จะติดหนึบ เหมือนติดแฟนติดหนึบ สุดท้ายก็เลยมาลงตัวที่ทำกล้วยตากผ่าฉีกเป็นแท่ง และเป็นรายแรกที่ทำมาตั้งแต่ปี 2560 แม้ว่าในปัจจุบันจะมีคนทำตามซึ่งเราก็รู้สึกดีใจที่ได้คิดอะไรดีๆออกมา และช่วยสร้างอาชีพให้กับคนทำกล้วยตากด้วยกันให้เค้ามีรายได้

ไร่บ้านข้าวหอม ผลิตกล้วยติดหนึบจากกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง ซึ่งเป็นกล้วยที่มีความโดดเด่น ตรงที่มีเนื้อเยอะ ไส้น้อย สีเหลืองทองตามธรรมชาติ โดยแหล่งวัตถุดิบมาจากพื้นที่อ.บึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่ปลูกกล้วยมะลิอ่องมากที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 12,000 ไร่ ปัจจุบัน โรงงานผลิตกล้วยติดหนึบใช้กล้วยต่อเดือนประมาณ 10 ตัน ช่วยเกษตรกรในพื้นที่มีรายได้แก้ปัญหาราคากล้วยตกเมื่อผลผลิตล้นตลาด เพราะทางโรงงานรับประกันรายได้ให้กับชาวสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 บาทอย่างต่ำ และถ้าช่วงไหนราคาขึ้นก็จะขึ้นตามราคาตลาดอยู่ที่ไม่เกิน 10 บาท ต่อกิโลกรัม


ส่งไปขายทั่วประเทศ และส่งออกต่างประเทศ

ปัจจุบันกล้วยที่ผลิตจากโรงงานไร่บ้านข้าวหอมมีการส่งไปขายทั่วประเทศ และส่งออกไปอีกหลายประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่าย เพราะกล้วยที่ผลิตได้ กว่า 80% ลูกค้าจะไปติดแบรนด์ของตัวเอง ส่วนกล้วยใช้ชื่อติดหนึบตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 20% ขายที่ร้านขายของฝาก และ ร้านไทยเด็ด และร้านกาแฟอะเมซอน ราคาขายขึ้นอยู่กับแพคเกจจิ้ง แบรนด์กล้วยติดหนึบ ขนาด 150 กรัม ราคา 55 - 60 บาท ส่วนกล้วยรับจ้างผลิตให้ลูกค้า ราคาขายส่งน้ำหนัก 150 กรัม ราคากล่องละ 50 บาท นำไปขายราคา 65-70 บาท อยู่ที่แพคเกจจิ้ง


จุดขายที่ทำให้กล้วยตากจากไร่บ้านข้าวหอม ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค มาจากความโดดเด่นรสชาติ หวานน้อย อร่อยพอดีคำ กินแล้วไม่เหนียวติดมือเหมือนกล้วยตากเป็นลูกๆ ซึ่งไร่บ้านข้าวหอมผลิตกล้วยติดหนึบ กล้วยตากเป็นแท่งมาตั้งแต่ ปี 2560 ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 5 ปัจจุบันจะเน้นขายผ่านออนไลน์ ได้แก่ Line , Facebook หน้าแพจชื่อว่า กล้วยติดหนึบ ไร่บ้านข้าวหอม และอินสตาแกรม หรือ IG กล้วยติดหนึบ ไร่บ้านข้าวหอมมีให้เลือกอร่อย 2 รสชาติ คือ ถุงสีเขียว หวานธรรมชาติ และถุงสีเหลืองหวานน้อยค่อนไปทางแป้ง และมีแพคเกจแบบกระปุก 200กรัม ราคากระปุกละ 79 บาท โดยสโลแกน กล้วยตากไร่บ้านข้าวหอม คือ “กล้วยติดหนึบ กินแล้วเพลิน กินแล้วติดใจ ชิ้นเดียวไม่เคยพอ”


โรงงานผลิตกล้วยตากติดหนึบ ไร่บ้านข้าวหอม เกิดจากการปรับตัวของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยที่เจอภาวะราคากล้วยตกต่ำ จากผลผลิตที่ล้นตลาด และเป็นตัวอย่างของการปรับตัวของเกษตรกร เพราะถ้าขายกล้วยตากเหมือนกับคนอื่นๆ ก็คงจะไม่สามารถแจ้งเกิดได้ แต่แค่คิดใหม่ทำใหม่ จากกล้วยตากเป็นลูกที่ทำกันมานับร้อย  พอนำกล้วยมาหั่นผ่า 4 ชิ้น ใครจะคิดว่าจะทำให้กล้วยตากของแบรนด์กล้วยติดหนึบประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ดี ทุกอย่างต้องผ่านการคิดและออกแบบจนลงตัว ทั้งสายพันธุ์กล้วยที่ดี บวกกับนวัตกรรมเทคนิคและเทคโนโลยีการตากกล้วยด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ทุกอย่างลงตัวเป็นที่มาของความสำเร็จของกล้วยติดหนึบในครั้งนี้  

ติดต่อ FB :chanitsaya Priwan
โทร 08-9922- 7286






คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น