โอทอปในยุค 2021 เปลี่ยนไปมาก จนหลายคนรู้สึกว้าว!! กับผลิตภัณฑ์โอทอป โดยเฉพาะในหมวดของแฟชั่นเจาะตลาดไฮเอนด์ ซึ่งดูได้จากงานแสดงสินค้าโอทอปประจำปี ที่จัดขึ้น โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย แม้ว่า ปีนี้ 2564 เป็นอีกปีหนึ่ง ที่งานแสดงสินค้าโอทอปที่คนไทย รอคอย จะไม่ได้มีการจัดงานแสดงโชว์สินค้าที่ เมืองทองธานี เหมือนอย่างทุกปี แต่คนไทยสามารถสนับสนุนสินค้าชุมชนได้ผ่านทางออนไลน์ เช่นเดียวกับ งานแสดงสินค้าอื่นๆ
กระเป๋าลิเภาครูมณฑา แฟชั่นตลาดไฮโซทำรายได้หลักล้านงานโอทอป
วันนี้ พามาว้าว กับแฟชั่นกระเป๋าราคาหลักแสนบาท และที่ต้องว้าวไม่ได้แค่ราคาหลักแสนบาท แต่ว้าวกับฝีมือการออกแบบกระเป๋า ที่ทำออกมาจนลืมภาพ กระเป๋าลิเภาแบบเดิมไปเลย กับผลงานการออกแบบกระเป๋าลิเภาครูมณฑา ที่ออกแบบโดย “มณฑา กังวาลก้อง” เจ้าของร้านลิเภาครูมณฑา ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สร้างสรรค์ผลงานกระเป๋าลิเภามานานกว่า 20 ปี
โดยในทุกๆปี กระเป๋าลิเภาครูมณฑา จะได้เชิญไปร่วมออกบูทในงานโอทอปเมืองทองธานี กลุ่มลูกค้าครูมณฑา ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ซึ่งเป็นเหล่าบรรดาไฮโซ ที่ต่างรอคอยการมาของครูมณฑาในงานโอทอป เพื่อชมและเลือกซื้อกระเป๋าลิเภาของครูมณฑาในคอลเลคชั่นใหม่ โดยที่ผ่านมา การออกร้านงานโอทอปของครูมณฑา เค้าสามารถขายกระเป๋าลิเภาในราคาหลักแสนบาท ได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 ใบ และมีรายได้จากการออกร้านในงานโอทอป หลักล้านบาท จากการออกบูท 9-10 วันในงานโอทอป
ครูมณฑา เล่าว่า ตนเองได้ทำงานจักสานย่านลิเภามาตั้งแต่อายุ 9 ปี โดยได้เรียนการจักสานย่านลิเภามาจากครอบครัว คือ แม่ นางอาวรณ์ กังวานก้อง ซึ่งได้ไปเรียนการสานย่านลิเภา มาจากนายช่วน ราชกิจ ชาวนครศรีธรรมราช โดยนายช่วน ได้เป็นเรียนการจักสานย่านลิเภามาจากทาง ศูนย์ศิลปาชีพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในสมัยนั้น ตั้งแต่ปี 2521 ยังมีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ สอนงานฝีมือที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากเดิมครอบครัวของเราทำสวนผลไม้เป็นอาชีพหลัก แต่หลังจากได้หันมาทำงานจักสานย่านลิเภา ได้ยึดอาชีพสานย่านลิภาเป็นอาชีพหลัก การทำงานจักสานย่านลิเภาเป็นงานที่ละเอียด ต้องใช้เวลาในการทำงานหลายวันกว่าจะได้งานจักสานลิเภาสวยๆพร้อมจำหน่าย
สำหรับราคากระเป๋าลิเภา ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามราคาเงิน และทอง เพราะในการทำงานลิเภาเป็นงานที่ตกแต่งกระเป๋าด้วยเครื่องถมเงิน ถมทอง พอราคาทองขยับขึ้นไปมาก ทำให้ราคากระเป๋าปรับขึ้นตาม โดยราคาปรับขึ้นมาหลักแสนบาท นั้น เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นงานย่านลิเภาถมทอง ปัจจุบัน ราคากระเป๋าลิเภาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท ไปจนถึงหลักหมื่น และหลักแสนบาท ลูกค้าเป็นลูกค้าประจำในกลุ่มคุณหญิง คุณนาย ที่ถือลิเภาตามสามีไปออกงานสำคัญๆ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ ทุกๆปีจะมาดู และชอปกระเป๋าลิเภาในคอลเลคชั่นใหม่ๆ
แฟชั่นกระเป๋าจากเศษหนังวัว กลุ่ม“โอทอป รักษ์โลก”
นายกิตติพงษ์ ปงผาบ เจ้าของกระเป๋า KLAD COLLECTION By THANSUDA เล่าว่า ตนเองทำกระเป๋าหนังมาตั้งแต่ปี 2545 แต่ที่มาทำเครื่องหนังในคอลเลคชั่นที่นำเศษหนังมาใช้ทำกระเป๋านั้น เกิดขึ้นจากมองเห็นผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะเศษหนังที่เราทำกระเป๋าเหลือทิ้งไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งเศษหนังเหล่านี้ย่อยสลายได้ยากต้องใช้เวลาเป็นสิบเป็นร้อยปี ทำให้เราเกิดไอเดียในการนำเศษหนังวัวเหล่านี้มาสร้างชิ้นงานในคอลเลคชั่นใหม่ของเรา และได้นำกระเป๋าหนังที่ทำจากเศษหนังวัว มาเข้าร่วมคัดสรรโอทอป ได้รับการคัดสรรเป็นสุดยอดโอทอป ของจังหวัดนนทบุรี
“จากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสังคม เราต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการเอาเศษหนังเหลือใช้ชิ้นเล็กๆ มารังสรรเป็นกระเป๋าด้วยการใช้เทคนิคการกลัด ซึ่งการกลัดเป็นวิธีโบราณ ใช้ในการสร้างบ้านที่ไม่มีตะปู แต่ใช้เทคนิคการเข้าลิ่มการล็อก ที่เห็นได้ชัด คือ วงกบประตูหน้าต่าง จะใช้ระบบการลิ่มการล็อก ซึ่งนำอัตถลักษณ์แบบโบราณนี้ มาเป็นเทคนิคส่วนหนึ่งในการออกแบบ จากการนำหนังชิ้นเล็กๆกลัดต่อๆกันจนกลายเป็นหนังผืนใหญ่ สร้างมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว เกิดดีไซน์ที่แปลกใหม่มีอัตลักษณ์ เพิ่มคุณค่าทางสังคม และเศรษฐกิจ ยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่สากล”
สำหรับการทำกระเป๋าเศษหนัง เป็นงานคราฟท์ งานฝีมือ ที่มีชิ้นเดียวในโลก เพราะการจะหาเศษหนังมาทำในแต่ะละครั้งเราจะได้เศษหนังที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้ชิ้นงานที่ได้เป็นแบบไม่ซ้ำแบบเดิม ส่วนเศษหนังที่เรานำมาทำกระเป๋านี้ ยังคงใช้เศษหนังที่มาจากโรงงานทำกระเป๋าของเรา ยังไม่ได้มีการไปซื้อหามาจากภายนอก โดยราคากระเป๋าในคอลเลคชั่นเศษหนัง ถือว่าเป็นงานพรีเมียมที่ราคาสูงกว่า คอลเลคชั่นใช้หนังวัวทั่วๆไป โดยราคากระเป๋าของเราเริ่มที่หลักพันบาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท ลูกค้าจะเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบงานคราฟท์ หรือ ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีมากขึ้น ได้เคยไปออกร้านในต่างประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี และ จีน ลูกค้าให้การตอบรับดี สินค้าที่นำไปโชว์ขายได้หมด และได้ลูกค้าหลังจากนั้นต่อมาเรื่อยจากในต่างประเทศ
ในส่วนของการออกร้านในงานโอทอป ในทุกๆปี ทางเราจะได้รับเลือกให้นำกระเป๋าหนังไปร่วมออกร้าน รายได้ที่ได้จากการออกร้านในแต่ละครั้ง มีตั้งแต่หลักแสนบาท เคยได้สูงสุดหลักล้านบาท สำหรับในปีนี้ ทางเราได้ร่วมออกร้านทางออนไลน์ ที่ทางกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดขึ้น และเป็นครั้งแรกที่จะนำกระเป๋าของเราออกไปขายออนไลน์ ในงานโอทอป
ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี
สำหรับการจัดงานโอทอป ในปี 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ปี 2564 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมทั้งเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไปรวมถึงการดำเนินธุรกิจผู้ประกอบการโอทอป ด้วย โดยการจัดงานในครั้งนี้ ทางกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีออกแบบการจัดงานไว้ทั้งออนไลน์ คือ การจัดงานในรูปแบบเสมือนจริง และออฟไลน์ เป็นการจัดงานแบบ Onsite ในห้างสรรพสินค้า
โดยการจัดงานรูปแบบออนไลน์ หรือ รูปแบบเสมือนจริง จะเป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านทางเวปไซต์ www.otop-shopping.com โดยผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุม 5 กิจกรรมหลัก ดังนี้ 1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นที่มาของศิลปาชีพ
และ 2.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พบกับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ฝีมือสุดประณีต กว่า 500 รายการ 3.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของศิลปิน OTOP และสินค้า OTOP ระดับ 3 – 5 ดาว ทั้ง 5 ประเภท และ OTOP ชวนชิม จำนวน 1,800 ร้านค้า 4.การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) โดยเชิญผู้ประกอบธุรกิจและผู้จัดจำหน่ายที่สนใจนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปต่อยอดช่องทางการตลาด เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ผ่านช่องทางออนไลน์ 5.เวทีกิจกรรม หรือ เวทีกลาง สำหรับจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ พลพล, อาภาพร นครสวรรค์, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ฯลฯ รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เช่น Live สด จากดาราเบอร์ปัง อาทิ พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช, ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม ฯลฯ สินค้าดีนาทีทอง การจับสลากชิงรางวัล เป็นประจำทุกวัน
ส่วนการจัดงานรูปแบบ Onsite เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 3 – 5 ดาว และ OTOP ชวนชิม รวมจำนวน 200 ร้านค้า กระจายอยู่ในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า รอบกรุงเทพมหานคร รวม 3 แห่ง ได้แก่ โซนแบงค์กิ้ง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกา บางนา, เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม และ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ โดยการจัดงานทั้ง 3 แห่ง จะดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญ
“OTOP ช้อปปิ้งออนไลน์ ขอเชิญชวนทุกท่านมาชม ชิม ช้อป และร่วมภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตผู้ประกอบการOTOP โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ ช้อปง่ายๆ ได้ทุกที่ ทุกเวลา แค่คลิก www.otop-shopping.com ” นายสุทธิพงษ์ กล่าว
คลิกLikeเพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า"SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด
SMEs manager