xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าเด็ดข้าวเหนียวมูน ส ลูกแม่พรรณ ที่ครองใจลูกค้ามายาวนานหลายช่วงอายุคน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ข้าวเหนียวมูน ส ลูกแม่พรรณ ที่1 การประกวดข้าวเหนียวมูน ในงานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว ประจำปี พ.ศ. 2552 พร้อมทั้งเปิดเผยกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ให้สามารถฝ่าวิกฤติต่างๆ ไปได้ พร้อมนำเสนอข้าวเหนียวมูนรสเด็ด ของดีประจำร้าน



กัญกรณัฏฐ์ สุภัสสรชยุต หรือเจ๊เล็ก วัย 61 เจ้าของร้านข้าวเหนียวมูน เล่าว่า การขายข้าวเหนียวมูน ถือว่าเป็นอาชีพที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ยังเด็ก เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้วแม่ก็ได้เปิดร้านขายข้าวเหนียวมูน และช่วง 10 ปีให้หลังตนก็เริ่มเข้ามาช่วยแม่ทำข้าวเหนียวมูนขายที่ตลาดเฉลิมโลก ประตูน้ำ ถือได้ว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตั้งแต่อายุยังน้อย เรียนรู้วิธีการทำทุกขั้นตอน และลงมือช่วยแม่ของตนเองอย่างเต็มที่ตลอดมา แต่หลังจากที่ตนมีครอบครัวก็ได้พักงานในส่วนนี้ไป ก่อนที่จะไปเริ่มทำงานอื่น

เมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้กลับมาเปิดร้านขายข้าวเหนียวมูนอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า “ข้าวเหนียวมูน ส ลูกแม่พรรณ” หลังจากที่เริ่มขายที่ตลาดนัมเบอร์วันราม2 สักพักก็มีแม็คโคร สาขาศรีนครินทร์ ติดต่อเข้ามาให้นำข้าวเหนียวมูนไปขายในช่วงเทศกาล ทั้งยังขยายไปสาขาอื่นๆ อีกด้วย แต่ไม่ได้มากนัก และประมาณวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 ก็ได้ขยายสาขาไปที่รามอินทราเพิ่ม



“ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2551 ได้ไปขายที่เมืองแปดริ้ว ก็ได้ผลตอบรับที่ดีมาก และในช่วงปี พ.ศ. 2552 ก็ได้ลงประกวดข้าวเหนียวมูน ในงานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว ประจำปี พ.ศ. 2552 ก็คว้ารางวัลที่ 1 มาครอบครองทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีก”



ซึ่งนอกจากจะขายข้าวเหนียวมูนที่เป็นตัวสินค้าขึ้นชื่อแล้ว ที่ร้านยังมี ลูกตาลลอยแก้ว สาคูแคนตาลูป แปะก้วยมะพร้าวอ่อน และเคล็ดลับในการทำข้าวเหนียวมูนให้สามารถครองใจลูกค้ามาได้อย่างยาวนานก็คือ คุณภาพ ทั้งการคัดเลือกข้าวเหนียว การใช้กะทิสดใหม่ มีให้เลือก 2 แบบคือ แบบใบเตยจะเป็นรสที่ลูกค้าชอบมากเป็นพิเศษ ส่วนอีกแบบคือแบบออริจินอล

ส่วนสังขยาของที่ร้านจะที่เป็นส่วนหัวกะทิ ไม่ผสมน้ำหางกะทิ ทางร้านจะเน้นไปที่คุณภาพเป็นหลัก พร้อมทั้งควบคุมราคาสินค้าให้คงที่ ในช่วงที่ราคาวัตถุดิบแพงขึ้น ทางร้านก็ยังขายในราคาเท่าเดิมไปเปลี่ยน ทำให้ลูกค้าติดใจทั้งในรสชาติและคุณภาพของทางร้าน


ทางร้านสามารถเคลมสินค้าให้กับลูกค้าได้ตลอด เช่น ลูกค้าบอกว่ามะม่วงเปรี้ยวเกินไปทางร้านก็จะมีวิธีในการรับผิดชอบ หรือข้าวเหนียวมูนครั้งนี้แฉะเกินไป ทางร้านก็แสดงความรับผิดชอบโดยการไม่คิดเงินจากลูกค้า

“ทางร้านก็รับรองลูกค้าด้วย อย่างลูกค้ามาบอกว่าเที่ยวนี้มะม่วงเปรี้ยวไปนะ ลูกค้าซื้อไปกี่ลูก อย่าง 3 ลูก ทางร้านก็คืนลูกค้าไป 2 ลูก อย่างมะม่วงแต่ละรอบมาอย่างไรเราก็จะบอกลูกค้าอย่างซื่อสัตย์ และจริงใจ”



ทั้งนี้ช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่พบเจอก็มีบ้างที่อาจจะสะดุดไป แต่ก็ยังถือว่ายังได้ในส่วนของหน้าข้าวเหนียวมูน ในช่วงไม่กี่เดือน แต่ช่วงอื่นๆ ก็มีทำบ้างแต่ไม่ได้เยอะเท่า ส่วนในช่วงที่ไม่ใช่หน้าข้าวเหนียวมูน ที่ร้านก็จะมีสินค้าอื่นๆ มาวางขายช่วยด้วย ส่วนกำลังการผลิตของข้าวเหนียวมูน ช่วงที่เป็นหน้าข้าวเหนียวมูนจะอยู่ที่ 100 กิโลกรัมขึ้นไปต่อวัน ส่วนช่วงที่ไม่ใช่หน้าข้าวเหนียวมูน จะอยู่ที่ 15 กิโลกรัมต่อวัน


ส่วนราคาจะขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 200 บาท เป็นข้าวเหนียวมูนใบเตย ส่วนข้าวเหนียวมูนธรรมดาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 180 บาท ซึ่งทางร้านก็พยายามคงราคานี้ให้ได้นานๆ ซึ่งราคานี้ทางร้านขายมา 3 ปียังไม่ได้ปรับราคาขายเลยเพื่อให้ลูกค้ายังคงอยู่ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และการบริการ



“ช่วงโควิดเราก็มีบ้างที่ได้รับผลกระทบ แต่ก็พอดีที่มีช่วงหน้าข้าวเหนียวมูน ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ยังพอได้อยู่ แต่ถ้าไม่ใช่ช่วงหน้าข้าวเหนียวนี่เราก็แย่พอกัน ช่วงที่ไม่ใช่หน้าข้าวเหนียวเราก็ต้องหาอย่างอื่นมาขาย เพราะเราก็ต้องเลี้ยงลูกน้องของเราเหมือนกัน”



ในอนาคตคาดว่าจะพัฒนาในส่วนข้าวเหนียว คือเพิ่มข้าวเหนียวดำ ข้าวลืมผัวขึ้นมาเพิ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยลองเป็นข้าวเหนียวมะตูม และข้าวเหนียวกาแฟ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จึงจะลองเป็นข้าวสายพันธ์ุ อื่นๆ แทน พร้อมส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกต่อไป

สนใจติดต่อ เฟซบุ๊ก : ข้าวเหนียวมูน ส ลูกแม่พรรณ

* * *คลิก Likeเพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ"รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด * * *
กำลังโหลดความคิดเห็น...