xs
xsm
sm
md
lg

เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิสยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 78 ล้านหุ้น เล็งเข้าจดทะเบียนใน SET

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส ยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 78 ล้านหุ้น เล็งเข้าจดทะเบียนใน SET โดยมีบริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สำหรับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ

บมจ.เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 78.00 ล้านหุ้น คิดเป็น 26% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีบริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

TKC ให้บริการออกแบบ วางระบบ จัดหา จำหน่ายอุปกรณ์ ติดตั้ง และบริการบำรุงรักษาระบบ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมในสายงานระบบโทรคมนาคม (Telecommunications) ระบบสื่อสารข้อมูล (Data Communications) และระบบความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) โดยบริษัทฯ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเจ้าของผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม และเครือข่ายสารสนเทศชั้นนำระดับโลก เช่น Huawei, Nokia, Cisco, Verint, Oracle, Netka, System, XOVIS และ Fortinet เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในบริษัทย่อย 2 แห่ง คือ บริษัท ไอบีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (IBS) ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่าย ติดตั้ง และให้บริการงานวิศวกรรมในสายงานระบบสื่อสารโทรคมนาคม เน้นกลุ่มลูกค้า Nokia และ Ericsson และอยู่ระหว่างการขยายไปสู่ธุรกิจด้านพลังงานใหม่ ในการให้บริการรับเหมาติดตั้ง Solar cell และจำหน่ายอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบตามบ้านและสาธารณะ (EVITY Charge)

และบริษัท พาราไดม์ เทคโนโลยี เซอร์วิส จำกัด (PTS) ประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องและต่อยอดธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดย PTS ถือหุ้นในบริษัท เอกซ์ดรีม สปิริต จำกัด (Exdream) สัดส่วนร้อยละ 50.06 Exdream ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเกมออนไลน์ (E-Sport) บริการจัดงานแสดงสินค้า และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องอื่นๆ

บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งเพื่อใช้ขยายธุรกิจ ได้แก่ โครงการเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบโครงข่ายสื่อสัญญาณ (Transmission Networks) และระบบส่งข้อมูลผ่านใยแก้วนำแสงโดยใช้หลายช่วงความยาวคลื่น (DWDM) โครงการจัดหา ติดตั้ง ระบบศูนย์ข้อมูลหลัก ศูนย์ข้อมูลรอง ระบบคลาวด์ และระบบเครือข่ายสื่อสัญญาณ และโครงการเกี่ยวกับระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล และระบบตรวจสอบเฝ้าระวังและการบริหารความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security)

นอกจากนั้น จะใช้เพื่อขยายงานบริการเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring income) และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ณ วันที่ 31 มี.ค.63 บริษัทมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ประกอบด้วย 1.โครงการติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ 850MHz ของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) มูลค่าสัญญา ประมาณ 878.99 ล้านบาท (เฉพาะส่วน TKC) คงเหลือรอการรับรู้รายได้ประมาณ 327.45 ล้านบาท

2.โครงการจัดซื้อและติดตั้งระบบ Cloud เพื่อรองรับการให้บริการคลาวด์ภาครัฐ GDCC ของ NT มูลค่าสัญญาประมาณ 300.00 ล้านบาท (เฉพาะส่วน TKC) คงเหลือรอการรับรู้รายได้ประมาณ 179.81 ล้านบาท

3.งานให้บริการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม และช่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สำหรับโครงการ USO Phase 1 ของบริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (I2) บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) และบริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด (HIMEDIA) ซึ่งเป็นคู่สัญญาตรงรับเหมาภาครัฐ มูลค่าสัญญาประมาณ 1,116.73 ล้าสวาท คงเหลือรอการรับรู้รายได้ประมาณ 774.70 ล้านบาท

4.งานให้บริการเช่าช่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สำหรับโครงการ USO Phase 2 แก่ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL), SKY บริษัท เรย์ เทล จำกัด (Raytel) บมจ.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส (ICN) และบริษัท บลิส อินโนเวชั่น จำกัด (BLISS) ซึ่งเป็นคู่สัญญาตรงรับเหมาภาครัฐ มูลค่าสัญญาประมาณ 1,023.46 ล้านบาท คงเหลือรอการรับรู้รายได้ประมาณ 714.06 ล้านบาท

โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TKC มีกลุ่มนายสยาม เตียวตรานนท์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 138,195,000 หุ้น คิดเป็น 62.25% ภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO จะลดลงเหลือ 46.05% และ SKY จำนวน 75,480,000 หุ้น คิดเป็น 34% จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 25.16%

ผลประกอบการในช่วงปี 61-63 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 3,669.95 ล้านบาท 4,907.25 ล้านบาท และ 2,881.92 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 157.69%, 33.73% และ -41.27% ตามลำดับ โดยรายได้หลักมาจากการขายและให้บริการในสัดส่วน 99.92%, 99.96% และ 99.83% กำไรสุทธิอยู่ที่ 216.50 ล้านบาท, 423.03 ล้านบาท และ 232.85 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับไตรมาส 1/64 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 784.27 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 107.31% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 73.28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 45.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...