xs
xsm
sm
md
lg

Meaning of life ของ ‘แชมป์-ศิรเดช โทณวณิก’ ทายาทรุ่นที่ 3 ‘ดุสิตธานี’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

แชมป์-ศิรเดช โทณวณิก คือหลานชายคนโตของท่านผู้หญิง ชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่โรงแรมปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ทิ้งไว้เพียงตำนานสุดคลาสสิค เพื่อยกระดับใหม่เป็น Mixed-use ที่มีทั้งโรงแรมห้าดาว อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่พักอาศัย หวังให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยโครงการใหม่จะเริ่มเผยโฉมในปี 2565


แชมป์ ศิรเดช ปัจจุบันมีตำแหน่ง Managing Director-Asai Hotels (กรรมการผู้จัดการกลุ่มโรงแรมอาศัย) Vice President Operations-Dusit International (รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ดุสิตอินเตอร์เนชั่นแนล) และ Interim Managing Director-Dusit Hospitality Education (รักษาการกรรมการผู้จัดการ กลุ่มสถาบันการศึกษาของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล)

ด้วยบทบาท วิสัยทัศน์การบริหาร อีกทั้งหลักการและจุดยืนในการทำงาน รวมถึงความเป็นทายาทดุสิตธานี ผู้จัดการออนไลน์จึงสัมภาษณ์แชมป์ในประเด็นดังกล่าวรวมทั้งสอบถามว่าอะไร คือจิตวิญญาณของดุสิตธานี ที่ยังคงอยู่ แม้ในโลกสมัยใหม่ ซึ่งคำตอบที่ได้นับว่าน่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ แชมป์ยังบอกเล่าความพิเศษของโรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ ที่แชมป์บริหาร และเพิ่งเปิดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีวิธีการที่ให้ความเคารพและอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบ รวมถึงแนวทางและหลักคิดในการพาธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19

>> ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม

ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานี บริหารโรงแรมและรีสอร์ทรวมทั้งหมด 329 แห่ง ใน 16 ประเทศ แบ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ท 44 แห่ง วิลล่าหรูให้เช่า 285 แห่ง โดยโรงแรมที่ ดุสิตธานีเป็นเจ้าของเองโดยตรงมีทั้งหมด 10 แห่ง อยู่ในไทย 8 แห่ง และในต่างประเทศ 2 แห่ง ในไทย ได้แก่

1.อาศัย ไชน่าทาวน์ ซึ่งเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน กันยายน 2563
2.ดุสิตสวีท ราชดำริ
3.ดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็น ASQ (Alternative State Quarantine) หรือโรงแรมที่ใช้เป็นพื้นที่กักตัว
4.ดุสิตดีทูเชียงใหม่
5.ดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่
6.ดุสิตธานีหัวหิน
7.ดุสิตธานีพัทยา
8.ดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต
9.ดุสิตธานี มะนิลา (ฟิลิปปินส์)
10.ดุสิตธานี มัลดีฟส์


เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของดุสิตธานี ให้คำจำกัดความการบริหารของตนเองว่าอะไร

แชมป์ตอบว่า “ผมจะเน้นที่การทำธุรกิจที่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ผมให้ความสนใจและเน้นอย่างมาก เพราะว่ามันไม่ใช่ในแง่ของการทำธุรกิจเท่านั้น แต่มันคือการใช้ชีวิตด้วย มันไม่ใช่แค่ Professional แต่มันคือ Personal ด้วย สิ่งที่เราทำมา เราเปิดโรงแรม แล้ว จะ 1 หรือ 10 โรงแรม แล้วถ้าเพิ่มจาก 100 ห้อง เป็น 1,000 ห้อง ในแง่ตัวเลขมันอาจจะดูดี แต่มันจะไม่มีความหมายอะไรเรา ถ้าเราไม่ได้ทำให้มันมีความหมายและมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อสังคม ต่อธรรมชาติ”

“สิ่งสำคัญ สำหรับผมคือ Meaning of life คืออะไร ไม่ใช่ว่าทำไปเพื่อให้ใหญ่โตเร็วกว่าคนอื่น แต่คือ ทำยังไงให้มันเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นอะไรที่สำคัญสำหรับผมที่สุดแล้ว” แชมป์ระบุ และกล่าวว่านอกเหนือไปจากนั้น การทำธุรกิจ ให้คล่องแคล่ว คล่องตัวมากที่สุดก็เป็นสิ่งสำคัญ

“เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องกล้าลอง แล้วเก็บข้อมูล ว่าอะไรเวิร์ค ไม่เวิร์ค แล้วนำมาปรับปรุง แม้ในอนาคต หากโควิดอาจจะไม่มีแล้ว แต่การเป็นธุรกิจ ที่พร้อมปรับตัวได้คล่องแคล่วก็เป็นสิ่งสำคัญมาก” แชมป์ระบุและกล่าวถึงวิกฤติจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยว่า การที่เจอปัญหาโควิด ต้องเปลี่ยนโมเดลการทำงานหลาย ๆ อย่าง

“ต้องมานั่งดูว่าจะทำอย่างไร ธุรกิจเราถึงจะผ่านช่วงวิกฤติโควิดไปได้ แต่ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงวิกฤติ แม้ในช่วงหลังวิกฤติ ในโลกใหม่ที่จะมาถึง เราก็ต้องเตรียมตัวตัวเองให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดแม้หลังจากที่มันหมดไปแล้ว หรืออาจจะมีต่อ ทำยังไง ให้เราปรับตัวกับสถานการณ์ได้ดีที่สุด นี่เป็นหนึ่งในหน้าที่ของผม”


>> เมื่อโรงแรม ‘อาศัย’ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน China Town

แชมป์เล่าว่า ก่อนเปิดโรงแรมอาศัย ไชน่าทาวน์ มีการเทรนนิ่งสตาฟท์ โดยใช้ชื่อว่า ‘ASAI LOCAL DAY’ ให้งบประมาณ ให้พนักงานแบ่งกันเป็นทีม ให้พวกเขาเดินไปรอบ ๆ ย่านเยาวราช เหมือน รายการ Amazing race Asia ในรายการทีวี

“เราจะให้คำถามว่าร้านอาหารนี้ ร้านกาแฟนี้ เปิดมานานแค่ไหนแล้ว เขาก็ต้องไปคุยกับคนท้องถิ่น แล้วก็ไปแนะนำตัว ว่ามาจากโรงแรมอาศัย ให้เขารู้ว่า เราเป็นโรงแรมที่เขาพึ่งพาเราได้ หากอยากให้เราช่วยโปรโมทร้านก็บอกเราได้ เราทำให้ได้ เพราะฉะนั้น ร้านค้าพวกนี้ เข้าก็ให้ข้อมูลเรามาเยอะแยะ สตาฟท์ที่ทำเทรนนิ่งนี้ก็ได้รู้จักคนในย่านนี้มากขึ้น มีอะไร เช่น ถ้า สมมติ อยากดื่มกาแฟพื้นเมือง หรือ ชาจีนออร์แกนิค ต้องไปที่ไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ เราก็นำไปใส่ไว้ในเว็บไซต์ของโรงแรมอาศัยด้วย

“ในส่วนของซิตี้ไกด์ จะมีทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ร้านกาแฟ ต่าง ๆ นา ๆ มีเยอะมากในละแวกนั้น ที่เราเห็นว่า เราเทรนให้สตาฟท์เราภาคภูมิใจกับพื้นที่ที่เขาอยู่ แล้วเราก็ใส่ข้อมูลเหล่านี้เข้าไปในโลกออนไลน์ ให้คนทั่วไปได้รับรู้ด้วย” แชมป์บอกเล่าถึงการเทรนพนักงานให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เราไม่ได้ขายโรงแรมอย่างเดียว แต่เราขาย Destination ด้วย อยู่ละแวกนั้นมีอะไรที่น่าสนใจที่เยอะ”

ถึงแม้จะเป็น คนกรุงเทพฯ ที่อยู่ย่านสุขุมวิท ก็อาจไม่รู้จักย่านเยาวราชเลย เพราะที่นั่นมีมุม มีตรอก หลากหลาย แล้วก็ค่อนข้างที่จะมีกลิ่นอายความสมัยเก่า ที่ผสมผสานกับความสมัยใหม่อยู่ ค่อนข้างน่าสนใจ จึงต้องให้พนักงานค้นหาข้อมูลเหล่านี้ ไม่ว่า ร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ อาร์ต แกเลอรี่ ในย่านนั้น ที่ย่านอื่นของกรุงเทพฯ ไม่มี ซึ่งมันเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ มันเป็นแอเรียที่ น่าสนใจมาก ร้านอาหารอร่อยๆ น่านั่งก็เต็มไปหมดเลย ราคาก็ไม่แพง ร้านกาแฟบางร้านเปิดมา 120 ปีแล้ว

“ผมว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ เราก็เลยดึงดูดใจคนไม่ใช่แค่มาเที่ยวโรงแรมอย่างเดียว แต่มาย่านธุรกิจแถวนั้นด้วย แล้วก็การที่มาเราจะได้ซัพพอร์ตธุรกิจท้องถิ่นด้วย เพราะแน่นอนว่าเขาหมดลูกค้าไปค่อนข้างเยอะ เราก็อยากช่วยซัพพอร์ต คนทำธุรกิจแถวนั้นด้วย”
แชมป์ระบุ


การรับมือและปรับตัว สถานการณ์ช่วงโควิด

ในช่วงปี 2563 เครือดุสิตธานียื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าปิดโรงแรมชั่วคราว เมื่อถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง โรงแรมกลับมาเปิดหรือยัง แชมป์ตอบว่า ตอนนี้ โรงแรมเปิดทุกแห่งแล้ว เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยอมรับว่า วิกฤตโควิดระลอก 3 แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาก็ว่าได้

เมื่อถามว่า ย้อนกลับไป ช่วงโควิดระลอกแรก ทั้ง 8 โรงแรมปิดไปนานเท่าไหร่

แชมป์ตอบว่าปิดไปทุกโรงแรม ที่ภูเก็ตปิดถึงราว ๆ ส.ค. หรือ ก.ย. แต่ทุกโรงแรมยังให้เงินเดือน พนักงานอยู่ให้ตามกฎหมาย แต่ก็ต้องบอกเขาว่าสถานการณ์เป็นยังไง เพราะทุกคนก็เข้าใจ เป็นทั่วโลก

จากนั้นบางโรงแรมปิด 3 เดือน ก็กลับมาเปิด ส่วนที่ราชดำริ เป็นเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ แขกอยู่หลายเดือน หรือเป็นปี จึงปิดไม่ได้ ดังนั้น การกลับมาเปิดจึงแล้วแต่สไตล์ของแต่ละแห่ง ซึ่งทุกวันนี้ โรงแรมทั้ง 8 แห่งในไทยที่ดุสิตธานีเป็นเจ้าของ เปิดหมดทุกแห่งแล้ว

“ดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ก็ไม่เคยปิด อันนี้เป็น ASQ อยู่ แล้วก็มีที่โรงแรมอาศัย เราเปิด ก.ย.2563 เราก็ยังไม่เคยปิดเลย แต่ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะมีคำสั่งให้ปิดไหม แต่ผมว่าก็ควรนะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ยอมกัดฟัน ปิดสัก 2-3 อาทิตย์ ดีกว่า เพราะกลัวเตียงพยาบาลจะไม่พอด้วย” แชมป์ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...