xs
xsm
sm
md
lg

‘อุ่น ล่ำซำ’ Working woman กับชีวิตที่ Balance

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

‘อุ่น ล่ำซำ’ Working woman ที่บริหารชีวิตได้อย่างลงตัว ทั้งงานในฐานะ Marketing Specialist Private Banking Group KASIKORNBANK รวมถึงการดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวทั้งเรื่องงานและการดูแลตัวเอง


บทเรียนในการทำงาน รู้จักลูกค้าให้ลึกซึ้ง
อุ่นกล่าวว่า ปัจจุบัน ทำงานเป็น Marketing Specialist Private Banking Group KASIKORNBANK ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารที่ดูแลลูกค้า ไฮเน็ตเวิร์ค โดยลูกค้ากลุ่มนี้ จะเป็นลูกค้ากลุ่มท็อปเทียร์ของธนาคาร ซึ่งมีเงินฝาก 50 ล้านบาทขึ้นไป

“เมื่อเรามาดูแลลูกค้ากลุ่มท็อปเทียร์ของธนาคาร ก็ต้องมีความพิเศษเพิ่มเติมเพราะเขามีอยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศ ที่กสิกรนนี้ อุ่นเคยทำงานมาหลายหน่วยงานแล้ว ล่าสุดก่อนที่จะมาทำที่หน่วยงานนี้ อุ่นเคยดูแลลูกค้าที่เป็นบริษัท เมื่อเรามาดูแลลูกค้าบุคคล เราก็ต้องปรับมายด์เซ็ตของเราว่าเขามีความต้องการแตกต่างกัน

“ลูกค้าที่เป็น องค์กรหรือบริษัทต้องการสินเชื่อเพื่อธุรกิจของเขา แต่เมื่อเราย้ายมาอยู่ ไพรเวท แบงค์ เราดูแลลูกค้าที่เขาฝากเงินกับเรา คนละประเภทกัน อันนั้นสินเชื่อ อันนี้เป็นนักลงทุน เป็นผู้ฝากเงิน เราก็ต้องเข้าใจลูกค้าว่าเขาต้องการอะไร ก่อนที่เราจะมอบสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ อันนี้เป็นหลักที่สำคัญที่สุดในการทำงาน เราต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยว่าลูกค้าต้องการอะไร นี่เป็นสิ่งที่อุ่นได้เรียนรู้มา ซึ่งอุ่นก็ไปเรียนต่อ MBA ที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะเราอยากเข้าใจธุรกิจธนาคารให้มากกว่าเดิม”

อุ่นกล่าวว่า ก่อนนี้เปรียบเสมือนรู้จักแต่ภาคทฤษฎี ไม่รู้จักภาคปฏิบัติ เมื่อไปเรียน MBA มาสองปี ทำให้เข้าใจธุรกิจมากขึ้น

“ยอมรับว่าอุ่นเราไม่ได้เรียนสายตัวเลขหรือสายคำนวณมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้จบด้านนี้เลย ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท MBA ที่ศศินทร์จึงเป็นปริญญาโทใบที่สอง เมื่อมาทำงานจริง ๆ ก็ได้ใช้สิ่งที่เรียนมา” อุ่นระบุและกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานปัจจุบัน ต้องทำงานกับหลากหลายคนหลายฝ่ายมากกว่าเดิม

เมื่อก่อนตอนทำด้านเกี่ยวกับสินเชื่อ แค่รู้ว่าเราต้องติดต่อฝ่ายไหนบ่อย แต่เมื่อทำมาร์เก็ตติ้ง ต้องติดต่อคนทั้งภายใน ภายนอก เช่น โรงแรม พาร์ทเนอร์อื่น ๆ ที่ต้องร่วมงานด้วย

“เป็นการทำงานที่ทุกวันนี้ทำให้เราต้องตื่นตัวตลอดเวลา มีทั้งข้อดีข้อเสีย เราต้องบริหารเวลาให้เป็น อันนี้เป็นหลักสำคัญ เพราะว่างานอยู่กับเราตลอดเวลา เราก็ต้องบริหารเวลาให้เป็น” อุ่นระบุ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอมาตลอด 10 ปี

อุ่นกล่าวว่าทำงานเฉลี่ย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน มีวันหยุดคือเสาร์-อาทิตย์

อุ่นออกกำลังกายเป็นประจำต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี แล้ว แม้ช่วงแรก ๆ ไม่ได้ออกกำลังจริงจังนัก ยิ่งในปัจจุบันสถานที่ทำงานของอุ่นในปัจจุบัน อยู่ใกล้รถไฟฟ้า มีสถานที่ออกกำลังเยอะแยะ รองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ยิ่งทำให้อุ่นสนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น

“ไม่ใช่นั่งทำงาน ถึง 3-4 ทุ่ม คืออุ่นเคยผ่านจุดนั้นมา แต่ตอนนี้เราต้องหาสมดุล ต้องดูแลตัวเอง”

อุ่นกล่าวว่าเนื่องจากทำงานไม่เป็นเวลา แต่ยิ่งทำงานไม่เป็นเวลาไม่ได้หมายความว่าเราจะหาเวลาไม่ได้ อาจฟังดูย้อนแย้งมาก แต่นั่นหมายความว่ายิ่งต้องหาเวลาออกกำลังกายให้ได้ อย่างเช่น เรามีเวลาพัก แม้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งชั่วโมง เราก็ต้องหาเวลาออกกำลังกายให้ได้

“ยิ่งช่วงนี้ อุ่นกักตัวอยู่ที่บ้าน เวิร์ค ฟอร์ม โฮม ก็ต้องหาเวลาให้ได้ อุ่นจะเดินสายพาน ออกกำลังกายอยู่ในบ้านเป็นประจำ แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่น เราก็ต้องรีบดูว่าเรามีเวลาว่างตอนไหนก็รีบไปออกกำลังกาย คือมันมีผลกับเรา เพราะถ้าอุ่นเครียดจากการทำงาน การออกกำลังกายทำให้อุ่นหายเครียด และทำให้อุ่นกลับมาทำงานต่อได้ดีขึ้น อุ่นสังเกตว่า ถ้าอุ่นไม่ได้ออกกำลังกาย วันหรือสองวันติดกัน อุ่นอารมณ์ไม่ดีเลยนะ จริง ๆ การออกกำลังกายทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น อุ่นออกกำลังทุกวันเลยค่ะ มากหรือน้อยก็ได้ออก ถ้าไปข้างนอกเป็นชั่วโมง แต่ถ้าที่บ้านก็ครึ่งชั่วโมง ที่บ้านส่วนใหญ่อุ่นจะเดินสายพาน แต่อุ่นชอบออกกำลังแบบไปเจอผู้คนมากกว่า”


อุ่นเล่นทั้งพิลาทิส โยคะ เล่น Cadillac เล่น Ladder Barrel ถามว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยอะไรบ้าง

อุ่นตอบว่า พวกนี้ช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยแก้ออฟฟิศซินโดรมโดยตรง เท่าที่อุ่นถามครูมา เพราะเป็นท่าที่ช่วยยืดหยุ่นร่างกายได้พิเศษมากๆ ถ้าเรายืดเองเราก็ยืดผิด ยืดไม่ได้ แต่เครื่องเหล่านี้ หรือการเล่นเหล่านี้มันช่วยเราได้มากกว่า มันช่วยไม่ให้เป็นออฟฟิศซินโดรมได้ โดยเฉพาะถ้าเรานั่งนาน ๆ เครื่องพวกนี้จะช่วยให้เรายืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยคลายกล้ามเนื้อมัดเล็กที่เรายืดหยุ่นเองไม่ได้ด้วยตัวเอง อุ่นไม่เคยเป็นออฟฟิศซินโดรมเลยค่ะ” อุ่นระบุ

เมื่อถามว่า ดูแลตัวเองอย่างไรในช่วงวิกฤติโควิด-19
อุ่นตอบว่า อุ่นไม่นอนดึก ต้องดูแลตัวเองก่อนที่จะดูแลคนอื่นได้ พักผ่อนให้เพียงพอ หมุ่นออกกำลังกาย

“ช่วงกักตัว ก็รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในช่วงอยู่โรงเรียนประจำ ตอนนั้นเราก็ยังอยู่ได้ ตอนนั้นน่ากลัวกว่าอีกเพราะเราไม่มีใคร แต่นี่เป็นบ้านของเราเอง ก็ไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตอะไรมาก ข้อดีคือได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทุกวิกฤติมีโอกาส ขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา ว่าเราจะมองมันยังไง ตอนนี้ไปข้างนอกไม่ได้ ก็ออกกำลังที่บ้านได้ มีเวลามากขึ้นกว่าเดิม เป็นแนวทางว่าทำยังไงชีวิตจะได้ไม่เครียด เพราะทุกวันนี้ ฟังข่าวก็เครียดอยู่แล้ว” อุ่นระบุก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายถึงทัศนคติดี ๆ ในการใช้ชีวิต

ใช้ชีวิตให้บาลานซ์

อุ่นกล่าวว่า “สำหรับอุ่นเราก็ต้องบาลานซ์ให้ได้ระหว่างชีวิตการงาน กับชีวิตด้านอื่น ๆ ถ้าบ้างานมาก ก็จะส่งผลเสียกับสุขภาพ เราก็ต้องดูแลสุขภาพเราอย่างดี เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่ดี เพราะสุดท้ายเงินซื้อสุขภาพไมได้ อุ่นไม่อยากจะแก่ตัวไปแล้วต้องเอาเงินที่หามาตลอดชีวิต มาลงทุนกับการเข้าโรงพยาบาล เราต้องดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เราก็ต้องคิดอย่างนั้นให้ตัวเอง ทำให้เราไม่กังวล หมั่นการดูแลตัวเอง ต้องดูแลทั้งมายด์ แอนด์ บอดี้”

ส่วนหลักคิดเมื่อเจอกับอุปสรรคปัญหา หรือคำพูดที่ทำให้เสียกำลังใจ อุ่นฝากไว้เป็นการทิ้งท้ายว่า...

“แม้เราอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่คนพูดให้เราเสียกำลังใจไปบ้าง แต่เราอย่าเอาคำพูดของเขามาทำให้เรารู้สึกไม่ดี เราเป็นเจ้าชีวิตของตัวเอง เราต้องทำให้เรามีความสุข สุดท้ายอุ่นว่ามันคือความสุขนั่นแหละ ว่าเราแฮปปี้กับสิ่งที่เราทำหรือเปล่า”
กำลังโหลดความคิดเห็น...