xs
xsm
sm
md
lg

ร้านอยู่ดีมีสุข ผุดไอเดีย “ข้าวเหนียวมะม่วงเผา” เมนูของหวานหน้าร้อนส่งตรงจากเชียงใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของมะม่วงซึ่งเมนูยอดฮิตนั่นก็คือ “ข้าวเหนียวมะม่วง” แต่ร้าน อยู่ดีมีสุข ผุดไอเดียใหม่ที่ทำให้ข้าวเหนียวมะม่วงธรรมดากลายเป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น คือ เมนู “ข้าวเหนียวมะม่วงเผา” เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการข้าวเหนียวมะม่วง ปัจจุบันเพิ่มเริ่มต้นขายได้ 2 เดือน แต่มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติม

นายณัฐธนนท์ สิทธิปัญญพัฒน์ เจ้าของไอเดียข้าวเหนียวมะม่วงเผา ร้าน อยู่ดีมีสุข
นายณัฐธนนท์ สิทธิปัญญพัฒน์ เจ้าของไอเดียข้าวเหนียวมะม่วงเผา ร้าน อยู่ดีมีสุข เล่าว่า ด้วยความที่ตนเป็นเชฟอาหารไทยอยู่แล้ว เวลาที่มีเพื่อนหรือแขกมาเยี่ยมที่บ้านก็มักจะทำเมนูข้าวเหนียวมะม่วงให้ทุกคนได้กินกันซึ่งจะได้รับคำชมอยุ่เป็นประจำ จนกระทั่งตนมีความคิดที่ต้องการจะนำเมนูนี้มาขายดูบ้างบวกกับในช่วงฤดูร้อนในปีนี้มะม่วงในจังหวัดเชียงใหม่มีผลผลิตจำนวนมากทำให้ราคาถูกลง รวมถึงมีความต้องการที่จะช่วยสนับสนุนเกษตรกรที่ขายมะม่วงอีกด้วย จึงกลายเป็นโปรเจ็กต์ข้าวเหนียวมะม่วงขึ้นมา


ทั้งนี้ตนเริ่มผลิตและจำหน่ายข้าวเหนียวมะม่วงเผามาได้ประมาณ 2 เดือน โดยเริ่มขายให้คนใกล้ตัวหรือคนกันเองซึ่งขายในราคาเริ่มต้นกล่องละ 50 บาท จนทำให้มีลูกค้าพูดถึงเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีราคาที่ถูกถ้าเทียบกับราคาข้าวเหนียวมะม่วงทั่วไป เมื่อลูกค้าเริ่มสนใจมากขึ้นก็เกิดการบอกต่อและเริ่มเข้ามาสั่งจองข้าวเหนียวมะม่วงของทางร้านเพิ่มมากขึ้น


สำหรับเมนู ข้าวเหนียวมะม่วงเผา นั้นตนได้ไอเดียมาจากการที่ตนได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและได้เห็นการเอาผลไม้ต่างๆ มาเบิร์นไฟหรือเผาไฟเพื่อให้เกิดความหอม ตนจึงรู้สึกว่าถ้าหากเป็นมะม่วงแล้วเอามาเบิร์นไฟคงจะมีกลิ่นที่หอมมาก หลังจากนั้นตนจึงได้นำแนวคิดนี้มาลองทำกับเมนูข้าวเหนียวมะม่วงของที่ร้านดู ปรากฏว่าลูกค้าชื่นชอบและให้การตอบรับเป็นอย่างดี


นอกจากนี้จุดเด่นและความแตกต่างของตัวข้าวเหนียวมะม่วงเผานั้นในส่วนของวัตถุดิบจะใช้วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ เช่น ข้าวเหนียวมูนซึ่งข้าวเหนียวมูนที่ดีจะมีลักษณะเป็นเม็ดร่วน ไม่แห้งและแข็ง ทางร้านใช้ข้าวเหนียวที่ของสันป่าตองจะมีลักษณะเด่นเฉพาะและกะทิจะมีความเข้มข้นมากกว่าร้านอื่นทั่วไป ซึ่งเวลาเอามามูนกับข้าวเหนียวแล้วนั้นจะเกิดความหอม รสชาติจะเข้มข้นและหอมใบเตย ทั้งนี้สำหรับใบเตยทางร้านใช้ใบเตยหอมที่เป็นชนิดพันธุ์ใบเตยที่ค่อนข้างหายากซึ่งทางร้านได้มีการนำใบเตยหอมมาจากจังหวัดลำพูนโดยเฉพาะ ส่วนมะม่วงก็ใช้มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง


ทั้งนี้ในการทำมะม่วงเผานั้นทางร้านจะนำเอามะม่วงที่มีความอมเปรี้ยวเล็กน้อยมาทำ เนื่องจากได้มีการนำเอาน้ำตาลโรยเพื่อเบิร์นไฟแล้วให้กลายเป็นคาราเมลเคลือบ ถ้าหากเป็นมะม่วงที่สุกจนเกินไปจะทำให้การเบิร์นไฟไปแล้วเนื้อมะม่วงจะเกิดการเละและมีรสชาติที่หวานจนเกินไป นอกจากนี้แล้วทางร้านยังมีข้าวเหนียวมะม่วงหน้าปลาย่างโบราณซึ่งเวลานำมากินคู่กับมะม่วงจะทำให้เกิดรสชาติที่อร่อยเพิ่มมากขึ้น และข้าวเหนียวมะม่วงกาย่าบูรูเล่ หรือ สังขยาสิงคโปร์เผาไฟ โดยทางร้านจะทำออกมาในรูปแบบคล้ายสังขยาเสิร์ฟคู่กับมะม่วงสด


ในส่วนของกลุ่มลูกค้าในตอนนี้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายอาชีพและหลากหลายวัย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 25-30 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ทางร้านมีทั้งหมด 4 เมนู ได้แก่ ข้าวเหนียวมะม่วงธรรมดา ราคา 50 บาท ข้าวเหนียวมะม่วงเผา ราคา 60 บาท ข้าวเหนียวมะม่วงหน้าปลาย่างโบราณ ราคา 60 บาท และข้าวเหนียวมะม่วงกาย่าบรูเล่ ราคา 75 บาท รวมถึงข้าวเหนียวมูนใบเตยหอมกิโลกรัมละ 220 บาท ที่มีกะทิและถั่วเขียวเลาะเปลือกทอดแถมให้อีกด้วย


นอกจากนี้กำลังการผลิตต่อวันสามารถรองรับและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งทางร้านจะใช้ข้าวเหนียววันละ 5-6 กิโลกรัม เมื่อนำมาทำเป็นข้าวเหนียวมูนก็จะได้ประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนมะม่วงจะอยู่ที่ 15 กิโลกรัมต่อวัน เนื่องจากลูกค้าที่ให้การสนับสนุนส่วนมากจะเข้ามาทางออนไลน์มากกว่าเพราะทางร้านยังไม่มีหน้าร้านที่เป็นทางการทำให้ลูกค้าสั่งผ่านออนไลน์แล้วจึงเข้ามารับที่ร้านไป บวกกับตนเองทำทุกอย่างคนเดียวการเปิดหน้าร้านจริงจังจึงยังให้เป็นในเรื่องของอนาคต


สำหรับลูกค้าที่ให้ความสนใจทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดทางร้านให้ข้อมูลว่าสัดส่วนจะเท่ากัน 50% ต่อ 50% ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจอยู่แล้ว เมื่อลูกค้าที่กำลังจะมาท่องเที่ยวก็จะเตรียมตัวหาแหล่งท่องเที่ยวและหาของกิน เมื่อรู้ว่ามีข้าวเหนียวมะม่วงเผาแล้วนั้นก็จะติดต่อเข้ามาสั่งจองล่วงหน้าเอาไว้เมื่อถึงวันก็มารับไป จึงทำให้สัดส่วนลูกค้าในพื้นที่และต่างจังหวัดจะเท่ากัน


จุดพีคที่ทำให้คนรู้จักกับข้าวเหนียวมะม่วงเผามากขึ้นนั้นในช่วงนั้นได้มีช่องทีวีช่องหนึ่งได้มาถ่ายรายการและนำเสนอเมนูของที่ร้านไปทำให้เกิดการแชร์ในโลกโซเชียลมากขึ้น ลูกค้ารู้จักและสั่งซื้อจำนวนมาก ทำให้มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากในวันนั้นภายใน 1 ชั่วโมงตนสามารถขายข้าวเหนียวมะม่วงหมด เพราะพลังของการแชร์และพลังโซเชียลที่เผยแพร่สู่สาธารณะออกไป นอกจากนี้ตนยังมีการวางแผนต่อยอดธุรกิจที่จะขยายสาขาในกรุงเทพมหานครเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการลิ้มลองรสชาติและความแปลกใหม่ของข้าวเหนียวมะม่วงเผาของทางร้าน โดยจะเน้นส่งออนไลน์เป็นหลัก


นอกจากนี้แพคเกจจิ้งที่นำมาบรรจุข้าวเหนียวมะม่วงเผานั้นจะเป็นกล่องกระดาษซึ่งสามารถรักษ์โลกได้อีกด้วย สำหรับขนาดและปริมาณของตัวข้าวเหนียวมะม่วงเผานั้น ข้าวเหนียวมูนจะอยู่ที่ 150 กรัม ส่วนมะม่วงจะให้ในปริมาณครึ่งลูก อย่างไรก็ตามข้าวเหนียวมะม่วงเผานั้นเกิดจากความตั้งใจและมีความพิถีพิถันในการทำในแต่ละกรรมวิธีหรือการคัดเลือกวัตถุดิบหรือใครที่ยังไม่เคยลองข้าวเหนียวมะม่วงที่ถูกใจก็สามารถลิ้มลองข้าวเหนียวมะม่วงเผาของร้าน อยู่ดีมีสุข ได้




“สิ่งที่ประทับใจเป็นอย่างมากคือลูกค้ามีความสุขทุกครั้งเมื่อได้กินข้าวเหนียวมะม่วงของผม ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม หรือความว้าวที่มีต่อข้าวเหนียวมะม่วง หรือแม้กระทั่งการสั่งไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวหรืออื่นๆ ก็ตามแต่เมื่อกินแล้วกลับมาบอกเราอร่อยมาก อยากสั่งอีก ก็เป็นเหมือนความสุขส่วนตัวที่เราได้รับจากลูกค้าครับ”

ติดต่อเพิ่มเติม

Facebook : ข้าวเหนียวมะม่วงเผา “อยู่ ดี มี สุข”


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *

กำลังโหลดความคิดเห็น...