xs
xsm
sm
md
lg

“สินิตย์” สั่งการกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ช่วยเพิ่มรายได้ผู้ผลิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สินิตย์” มอบกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า GI ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ เพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิต เผยได้จัดตลาด GI ที่กระทรวงพาณิชย์ และเพิ่มทางเลือกให้ชอปได้ผ่านเพจกรมทรัพย์สินทางปัญญา ล่าสุดมีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 136 รายการจาก 76 จังหวัด

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ตลาดนัด GI ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค. - 1 เม.ย. 2564 ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ว่า ได้มอบหมายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้า GI ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิตสินค้าชุมชนที่เป็น GI ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปให้ได้

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ มีสินค้า GI ที่น่าสนใจ เช่น ปลาทูแม่กลอง ละมุดสุโขทัย ลูกหยียะรัง ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ สับปะรดบ้านคา มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ส้มโอนครชัยศรี เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ทุเรียนป่าละอู พริกไทยจันท์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง ขนมหม้อแกงเมืองเพชร น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กาแฟเขาทะลุ กล้วยเล็บมือนางชุมพร เผือกหอมบ้านหมอ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี

ทั้งนี้ ยังได้รับรายงานอีกว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่สินค้า GI โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า GI ต่างๆ ได้ทาง Facebook เพจ GI Thailand ด้วย ขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดทำระบบควบคุมตรวจสอบคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้า GI ที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง

ปัจจุบัน มีสินค้า GI ของไทยที่ขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 136 รายการ ครอบคลุม 76 จังหวัด โดยมี 2 รายการใหม่ล่าสุด คือ ข้าวหอมขาวเจ๊กชัยนาท และถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน โดยผลจากการขึ้นทะเบียน GI ได้ช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้แก่สินค้า GI สูงขึ้น จำหน่ายได้ราคาดีขึ้น โดยสร้างมูลค่าทางการตลาดโดยรวมได้แล้วกว่า 38,000 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...