xs
xsm
sm
md
lg

บิตคอยน์ร่วมจอย“ทริลเลียนดอลลาร์คลับ” เป็นไปได้?? ราคาพุ่งแตะเหรียญละ$ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


จับตาบิตคอยน์ แค่หวือหวาหรือจุดเริ่มต้นยุคเงินตราดิจิตอล
บิตคอยน์ร่วมวง “ทริลเลียน-ดอลลาร์ คลับ” หลังมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ กูรูบางคนเชื่อว่า ราคาคริปโตสกุลนี้มีสิทธิ์ขึ้นถึง 500,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายทศวรรษและแตะ 1 ล้านดอลลาร์กลายเป็นสกุลเงินสำรองของโลกในยุคอินเทอร์เน็ต และมีมูลค่ามากกว่าทองคำในที่สุด

ราคาบิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (12) โดยมีมูลค่าเหรียญละ 55,000 ดอลลาร์โดยประมาณ และตอนนี้มีบิตคอยน์ราว 18.6 ล้านเหรียญหมุนเวียนอยู่ในตลาด ทั้งนี้ จากข้อมูลของคอยน์เบส

ด้วยมูลค่าตลาดปัจจุบันที่ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไปเรียบร้อย บิตคอยน์จึงเข้าสู่ “ทริลเลียน-ดอลลาร์ คลับ” อย่างเต็มตัว สมทบกับบริษัทที่มีเพียง 4 แห่งในอเมริกา ได้แก่ แอปเปิล, ไมโครซอฟท์, แอมะซอน และอัลฟาเบ็ต เจ้าของกูเกิล

บิตคอยน์ยังมีมูลค่ามากกว่าเทสลา (225,000 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ ป๋าดันตัวจริงที่ทำให้บิตคอยน์และเงินดิจิตอลอีกหลายสกุลพุ่งกระฉูดอยู่ในขณะนี้ หลังจากเมื่อต้นเดือนได้ประกาศซื้อบิตคอยน์เป็นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ซ้ำบอกว่า เร็วๆ นี้จะยอมให้ลูกค้าใช้บิตคอยน์ซื้อเทสลา

ข่าวดังกล่าวจุดกระแสการคาดการณ์ว่า บริษัทใหญ่อีกหลายแห่งอาจเพิ่มบิตคอยน์หรือคริปโตสกุลอื่นในงบดุลของบริษัท และทำให้ราคาบิตคอยน์ยิ่งโลดลิ่ว ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรและเงินสด

ธุรกิจอเมริกันต่างอ้าแขนรับบิตคอยน์ ในจำนวนนี้รวมถึงสองยักษ์ใหญ่ด้านการประมวลผลบัตรเครดิต วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ขณะที่สองผู้ให้บริการชำระเงินยักษ์ใหญ่ สแควร์และเพย์พาล อนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิตอลที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกสกุลนี้

แบล็กร็อก ผู้จัดการกองทุนใหญ่ที่สุดในโลกที่บริหารสินทรัพย์มูลค่าเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เริ่มลงทุนในบิตคอยน์แล้ว

ริก ไรเดอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านตราสารหนี้ทั่วโลกของแบล็กร็อกที่เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า บิตคอยน์อาจมาแทนที่ทองคำในอนาคต เชื่อว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาบิตคอยน์เดินหน้าทำนิวไฮไม่หยุดหย่อนคือ การที่เทคโนโลยีและระเบียบข้อบังคับวิวัฒนาการมาถึงจุดที่คนมากมายพบว่า บิตคอยน์ควรเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตการลงทุน

ทั้งหมดนี้ยิ่งเชิญชวนให้นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อบิตคอยน์มากขึ้น บริษัทวิจัยผู้บริโภค Piplsay รายงานว่า ครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคกว่า 30,000 คนในการสำรวจสัปดาห์ที่แล้วบอกว่า รู้สึกปลอดภัยในการลงทุนในคริปโต

ราคาบิตคอยน์ที่พุ่งขึ้นกว่า 80% เฉพาะปีนี้ ทำให้เงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ ได้อานิสงส์ไปด้วย ตัวอย่างเช่น อีเธอเรียม คริปโตมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลก ที่มีมูลค่าราว 220,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่านับจากต้นปี

แอนโทนี พอมพลิอาโน ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนในมอร์แกน ครีก ดิจิตอล แอสเส็ตส์ ฟันธงว่า ราคาบิตคอยน์อาจพุ่งขึ้นเป็น 500,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายทศวรรษ และแตะ 1 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นสกุลเงินสำรองของโลกในเจเนอเรชันอินเทอร์เน็ต และมีมูลค่าตลาดมากกว่าทองคำในที่สุด

ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ราคาบิตคอยน์พุ่งทะยานต่อเนื่องและทะลุ 50,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคาร (16) จากการที่นักลงทุนกระแสหลักและบริษัทต่างๆ เช่น เทสลาและมาสเตอร์การ์ด ยอมรับคริปโตสกุลนี้และส่งสัญญาณว่า ที่สุดแล้วบิตคอยน์จะกลายเป็นเครื่องมือในการชำระเงินในวงกว้างขึ้น

ก่อนหน้านี้ หลายบริษัทยังแคลงใจกับความผันผวนของบิตคอยน์ รวมทั้งการที่เงินสกุลนี้ถูกใช้โดยพวกที่ต้องการเลี่ยงระบบการธนาคารปกติด้วยเหตุผลบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม ตลาดเงินดิจิตอลคึกคักขึ้นมาทันตาหลังจากคำประกาศของมัสก์ในการซื้อบิตคอยน์ 1,500 ล้านดอลลาร์

วันต่อมา บีเอ็นวาย เมลลอน แบงก์เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา แถลงว่า จะเพิ่มบริการเงินดิจิตอลสำหรับลูกค้า และบลู ริดจ์ แบงก์ ออฟ ชาร์ลอตส์วิลล์ในรัฐเวอร์จิเนีย เตรียมอนุญาตให้ผู้ถือบัตรซื้อและถอนบิตคอยน์ผ่านตู้เอทีเอ็ม 19 ตู้ของธนาคาร

ขณะเดียวกัน การที่ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายการเงิน เช่น ด้วยการลดดอกเบี้ยและเข้าซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตไวรัส ทำให้มีเงินนับล้านล้านดอลลาร์อัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คนทั่วไป สถาบันการเงินและบริษัทต่างๆ จึงพากันมองหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องอำนาจซื้อของตัวเอง ซึ่งพอมพลิอาโนระบุว่า คำตอบสุดท้ายคือบิตคอยน์

การคาดการณ์ว่า ราคาบิตคอยน์จะขึ้นถึง 1 ล้านดอลลาร์อิงกับปัจจัยไม่กี่อย่าง ซึ่งรวมถึงการที่คริปโตสกุลนี้มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ไม่ถูกควบคุมโดยธนาคารกลาง และคุณสมบัติในการกระจายศูนย์ของเทคโนโลยีบล็อกเชน

ทางด้านนิโคลอส ปานิเกิร์ตโซกลู นักกลยุทธ์ตลาดทั่วโลกของเจพีมอร์แกนบอกว่า บิตคอยน์เริ่มได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดียวกับทองคำ หรืออาจเรียกได้ว่า บิตคอยน์กำลังกลายเป็นทองคำดิจิตอล

แต่บิตคอยน์จะกลายเป็นคู่แข่งของทองคำเต็มตัวก็ต่อเมื่อราคาขึ้นถึง 146,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าทองคำที่ราว 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ที่อยู่ในมือภาคเอกชนในขณะนี้และมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ปานิเกิร์ตโซกลูชี้ว่า อุปสรรคสำคัญคือการที่ราคาบิตคอยน์ผันผวนกว่าทองคำถึง 5 เท่า แต่ถ้านักลงทุนประเภทสถาบันยอมรับคริปโตที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกสกุลนี้มากขึ้น ช่องว่างนี้ก็จะลดลงเรื่อยๆ

เขาสำทับว่า ความเสี่ยงเฉพาะหน้าของบิตคอยน์คือ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดผ่อนคลายลงและนักลงทุนรายย่อยกลับไปทำงานตามเดิมทำให้เวลาเทรดลดลง ราคาบิตคอยน์อาจแผ่วลงเพราะตอนนี้แรงซื้อจำนวนมากมาจากนักลงทุนกลุ่มนี้

ฮาร์ลีย์ บาสส์แมน หุ้นส่วนผู้จัดการของซิมพลิฟลาย แอสเส็ต แมเนจเมนต์ เห็นด้วยว่า ราคาบิตคอยน์ตอนนี้ผันผวนถึง 80% มากกว่ายูโรถึงกว่า 10 เท่า จึงยังเป็นแค่สินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรที่อาจมีความเสี่ยงเหมือนกับฟองสบู่ทิวลิปเมื่อปี 1636

แพต ลาเว็กเชีย ประธานกรรมการร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของโอเอซิส โปร มาร์เก็ตส์ เห็นด้วยว่า บิตคอยน์จะยังผันผวนรุนแรงไปอีกนาน โดยแรงดึงดูดสำหรับคริปโตนี้จะอิงกับสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่า แม้ราคาบิตคอยน์อาจร่วงบ้างแต่จะไม่หลุดจาก 30,000 หรือ 20,000 ดอลลาร์

แต่สำหรับริชาร์ด ลียงส์ ศาสตราจารย์วิชาการเงิน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ทำนายว่า บิตคอยน์และเงินดิจิตอลสกุลอื่นๆ จะกลายเป็นสกุลเงินในการทำธุรกรรมมากขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า

แดน ไอเวส กรรมการผู้จัดการเว็ดบุช ซีเคียวริตี้ส์ ทิ้งท้ายว่า กระแสการสนับสนุนของบริษัทมากมายจากหลากหลายวงการ ทำให้เชื่อว่าเทรนด์การทำธุรกรรมและการลงทุนในบิตคอยน์จะยังไปต่อได้อีกหลายปี และความคลั่งไคล้บิตคอยน์ในขณะนี้ไม่ได้เป็นแค่แฟชั่น หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคเงินตราดิจิตอล
กำลังโหลดความคิดเห็น...