xs
xsm
sm
md
lg

เปิดกลยุทธ์ “โออิชิ” ฝ่าด่านโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360 - ฝ่าด่านวิกฤต หลังปรับกลยุทธ์การตลาดรุกใหม่รับมือโควิด-19 ระบาดหนัก ส่งผลปีงบประมาณ 2563 รายได้และกำไรยังมีอยู่แต่ลดลง เผยรายได้ 11,007 ล้านบาท ลดลง 19.2% และกำไรสุทธิ 1,066 ล้านบาท ลดลง 13.3% แต่เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทยังกำไรได้น่าพอใจ และจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องที่ 1.45 บาทต่อหุ้น

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวางแผนการดำเนินงานอย่างมากมายอันเนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้มาได้

สำหรับผลประกอบการปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 11,007 ล้านบาท ลดลง 19.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,066 ล้านบาท ลดลง 13.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัทฯ ยังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างน่าพอใจ และมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศจ่ายเงินปันผลที่ 1.45 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการปี 2563

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม อีกทั้งยังสร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้แก่ทุกธุรกิจและทุกภาคส่วน บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน บริษัทฯ จึงได้มีการปรับกลยุทธ์และแผนงานต่างๆ เพื่อเร่งสร้างรายได้ให้กลับมาให้มากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมควบคุมการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ดีขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ลดลง”


สำหรับภาพรวมบริษัทฯ ในปี 2563 ธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิสามารถผลักดันส่วนแบ่งทางการตลาดได้สูงถึง 48% (ข้อมูล 12 เดือนล่าสุด สิ้นสุด ณ เดือน ก.ย. 2563 จาก บริษัท เดอะนีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด) ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน และครองตำแหน่งผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารมีการปรับแผนให้เหมาะกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเร่งขยายช่องทางการขายแบบซื้อกลับบ้านและดีลิเวอรีที่เติบโตอย่างมาก

ส่วนการดำเนินธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ ปรับแผนกลยุทธ์ขให้เหมาะสม นำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และศึกษาโอกาสการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


นางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับการชะลอตัวของตลาดชาพร้อมดื่มภายในประเทศที่ปรับตัวลดลง 9.1% (ข้อมูล 12 เดือนล่าสุด สิ้นสุด ณ เดือน ก.ย. 2563 จากบริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด) ส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจเครื่องดื่มบ้าง แต่บริษัทฯ ยังประคองสถานการณ์และสร้างผลกำไรได้จากการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียว เช่น โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ, โออิชิ พลัส ซี ชาเขียวผสมวุ้นมะพร้าว

ประกอบกับทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายรูปแบบใหม่ๆ การกระจายสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ การบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายตลาดส่งออกใหม่ในประเทศเมียนมา ทำกิจกรรมการตลาดในเขตพื้นที่แถบชายแดน ส่งผลให้ยอดขายในเมียนมาเติบโตต่อเนื่อง ส่วนในประเทศกัมพูชาและลาวยังคงรักษาตำแหน่งยอดขายอันดับหนึ่งไว้ได้อย่างเหนียวแน่น


นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจร้านอาหาร กล่าวว่า ในปี 2563 เราเน้นปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและซับซ้อนมากขึ้น นำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาต่อยอด พัฒนาช่องทางขาย-ดีลิเวอรี และซื้อกลับบ้านมากขึ้น การขยายธุรกิจและเปิดตัวร้านอาหารรูปแบบใหม่ เช่น “โออิชิ ทู โก”, “โออิชิ ฟูด ทรัก” รวมไปถึงร้านอาหารประเภทไฮบริด : โออิชิ ราเมน X คาคาชิ บริการ 24 ชั่วโมง สาขาแรกที่เดอะ สตรีท รัชดา เปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่น “ซาคาเอะ” ชาบูเมนู a la cart ให้บริการในรูปแบบหม้อเดี่ยวส่วนตัว


นางสาวเมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดและการปิดเมืองส่งผลต่อการบริโภคและการเติบโตของตลาดอาหารสำเร็จรูป แช่เย็นและแช่แข็ง เราจึงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ตราสินค้า “โออิชิ อีทโตะ” เน้นเมนูสุขภาพ เช่น โออิชิ อีทโตะ แซนด์วิชผสมธัญพืชไส้อกไก่สลัดไข่-เวย์โปรตีน พร้อมเร่งขยายช่องทางใหม่ๆ ทั้งในห้างที่ให้บริการค้าปลีกและค้าส่ง การผ่านช่องทางออนไลน์ของห้างต่างๆ เช่น Tops online, TESCO Lotus online และเครื่อง Vending Machine อีกทั้งพัฒนาหีบห่อบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่นและแตกต่าง และพัฒนาสินค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์กลุ่มเดิม เช่น สินค้ากลุ่มซอสและเครื่องปรุงรส


นางนงนุชกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญด้านการพัฒนาความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ กล่าวคือ ในด้านสิ่งแวดล้อมมีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในด้านสังคมนอกจากสานต่อโครงการ “ให้” และโครงการ “น้ำดื่มสะอาด” ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้บริษัทฯ ยังเพิ่มความช่วยเหลือด้านภัยโควิด-19 โดยจัดโครงการ “โออิชิ ให้ สู้ภัยโควิด-19” มอบเงินบริจาคและอาหาร-เครื่องดื่มโออิชิให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ รวมทั้งการดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดหาหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ การส่งพนักงานตรวจโควิด-19 และการทำประกันโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคน ในด้านเศรษฐกิจ บริษัทมีการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์รองรับ New Normal โดยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และหันมาให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อผลักดันให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงแข็งแกร่งด้วยการผนึกกำลังของธุรกิจทั้งสามและการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โออิชิจึงก้าวข้ามทุกสถานการณ์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพผู้นำและความเป็นบริษัทที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตตามแผนวิสัยทัศน์ 2025 อย่างแข็งแกร่งต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...