xs
xsm
sm
md
lg

ธุรกิจท่องเที่ยวกัดฟันสู้อย่างน้อยอีก2ปี แนะปรับแผนรับโลกที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

เผยแพร่:


การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังต้องใช้เวลาอีกแรมปีกว่าที่จะฟื้นได้ถึงระดับก่อนวิกฤตโรคระบาด
หลังจากโตไม่หยุดมาเกือบทศวรรษ โควิดกำลังสร้างหายนะให้สายการบิน โรงแรม เรือสำราญ บริษัททัวร์ UNWTO คาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอาจต้องรออีกอย่างน้อย 2 ปีจึงจะฟื้น แต่แม้วิกฤตโรคระบาดผ่านพ้น อุตสาหกรรมนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยนักเดินทางจะคิดมากขึ้นและคาดหวังความยืดหยุ่นในการให้บริการ รวมทั้งเลือกเดินทางในท้องถิ่นหรือประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า แนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ นำเสนอผลิตภัณฑ์และตลาดที่แตกต่าง เช่น การท่องเที่ยวแบบลองสเตย์ การท่องเที่ยวอิงกับวัคซีน หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โฮ ควอน ปิง ประธานบริหารบันยัน ทรี โฮลดิ้งส์ ที่บริหารโรงแรมทั่วเอเชีย อเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง กล่าวในงานประชุมเมื่อเร็วๆ นี้ว่า นักเดินทางจะคิดมากขึ้นก่อนซื้อตั๋วเครื่องบิน ไม่ว่าจะเพื่อเที่ยวหรือทำธุรกิจ ขณะที่อบินีต คาอูล ผู้อำนวยการอาวุโสภาครัฐและรัฐบาลของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน มองว่า อย่างน้อยต้องรอจนถึงปี 2024 กว่าที่การท่องเที่ยวจะกลับสู่ระดับเดียวกับปี 2018 และ 2019

เซาธ์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์รายงานว่า การเดินทางเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นับจากเดือนมกราคมปีที่แล้วเมื่อทั่วโลกเริ่มแบนเที่ยวบินจากจีนหลังการระบาดของไวรัสโคโรนา จนกระทั่งการเดินทางระหว่างประเทศหยุดสนิทในเวลาต่อมา แม้ผ่านมาแล้วเกือบ 12 เดือน หลายประเทศขณะนี้ยังคงแบนการเดินทางจากอังกฤษและแอฟริกาใต้ที่พบไวรัสกลายพันธุ์ที่ระบาดได้เร็วขึ้น

ช่วงที่ผ่านมา บางประเทศพยายามฟื้นการเดินทาง เช่น เวียดนามที่อนุญาตเที่ยวบินไปยัง 7 ประเทศเอเชียเมื่อเดือนกันยายน แต่สายการบินภายในประเทศยังถูกห้ามให้บริการเที่ยวบินขาเข้า

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) คาดว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีที่ผ่านมาดิ่งลงกว่า 70% อยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เฉพาะเดือนมกราคมถึงตุลาคมคาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวทั่วโลกสูญไปถึง 935,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 10 เท่าของมูลค่าความสูญเสียระหว่างวิกฤตเศรษฐกิจปี 2009 เนื่องจากนักท่องเที่ยว 900 ล้านคนยกเลิกแผนการเดินทาง

เอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่นักเดินทางต่างชาติหายไปมากที่สุดถึง 82% ขณะที่ UNWTO คาดว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะไม่ฟื้นก่อนปี 2023 ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่พึ่งพิงรายได้จากอุตสาหกรรมนี้ เช่นที่อินโดนีเซียนั้น ชาวบาหลีถึง 70% มีรายได้เลี้ยงปากท้องจากการท่องเที่ยว

คาอูลบอกว่า หลังจากโตไม่หยุดมา 9 ปี โควิดกำลังสร้างหายนะให้สายการบิน โรงแรม เรือสำราญ บริษัททัวร์ ยกตัวอย่างสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ ที่ให้บริการผู้โดยสารเพียง 45,600 คนในปี 2020 ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 97.6% บางแห่งเสียหายถาวร เช่น คาเธ่ย์ ดรากอนของฮ่องกง และนกสกู๊ตของไทยที่ต้องเลิกกิจการไปเลย

นูโน เกร์เรโร ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคของ Booking.com คาดว่า หลังวิกฤตโรคระบาดผ่านพ้น โลกและอุตสาหกรรมการเดินทางท่องเที่ยวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยนักเดินทางจะคาดหวังความยืดหยุ่นและการรับประกันมากขึ้น เช่น การอนุญาตให้ยกเลิกและเปลี่ยนวันเดินทางโดยไม่ชาร์จเพิ่ม

ยกเครื่องอุตสาหกรรม
คาอูลขานรับว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และตลาดที่แตกต่าง เช่น การท่องเที่ยวแบบลองสเตย์ การท่องเที่ยวอิงกับวัคซีนที่นักเดินทางต้องฉีดวัคซีนตามที่ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางกำหนด หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจิตใจ

จากการที่รัฐบาลชักชวนประชาชนท่องเที่ยวภายในประเทศแทนการเที่ยวเมืองนอก ลักซ์ กรุ๊ป บริษัทท่องเที่ยวหรูของเวียดนามที่เคยต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากยุโรปและอเมริกาเป็นหลัก ต้องเปลี่ยนแผนมาลดราคา 50% ให้นักเดินทางท้องถิ่น และยอมให้เด็กขึ้นเรือสำราญฟรี

ฟาม ฮา ผู้ก่อตั้ง บอกว่า วิกฤตโรคระบาดไม่ต่างจากสงครามโลกครั้งที่ 3 และบริษัทคงต้องใช้เวลาถึง 4 ปีกว่าที่จะมีลูกค้าถึง 10,000 คนต่อปีเหมือนเดิม

Booking.com เพิ่มที่พักทางเลือกแบบท้องถิ่น เช่น เรียวกังหรือโรงแรมขนาดเล็กในญี่ปุ่น และเพิ่มข้อเสนอให้ลูกค้า รวมทั้งเข้าร่วมโครงการ “โก ทู ทราเวล” ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่อุดหนุนค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร และช้อปปิ้งในประเทศ 50% อย่างไรก็ดี โครงการนี้ถูกระงับจนถึงวันที่ 11 เดือนนี้หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนจีนที่ยังแบนการท่องเที่ยวขาออก นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเที่ยวในประเทศแทน เดือนสิงหาคม จำนวนเที่ยวบินในประเทศฟื้นถึง 95.4% ของระดับในปี 2019 ขณะที่สายการบินภายในประเทศ 13 แห่งให้บริการเที่ยวบินมากกว่าปีก่อนหน้า

การท่องเที่ยวภายในประเทศมีแนวโน้มคงอยู่ต่อไป การสำรวจความคิดเห็นนักเดินทาง 20,000 คนใน 28 ประเทศที่จัดทำโดย Booking.com พบว่า 17% มีแผนเดินทางภายในประเทศในปีนี้ และ 12% ตั้งใจทำแบบเดียวกันในปีต่อไปด้วย สำหรับพวกที่สนใจจะไปเมืองนอก มีเพียง 1 ใน 3 ที่ต้องการไป “อีกฟากโลก” ในปีนี้ ส่วนที่เหลือเลือกเที่ยวประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงหรือในภูมิภาค

ชดเชยไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม หว่อง คิง หยิน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ ชี้ว่า การเดินทางในท้องถิ่นไม่สามารถชดเชยความสูญเสียทั้งหมดทั้งในแง่จำนวนนักเดินทางและการใช้จ่าย และการฟื้นความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีระบบจัดการสุขภาพระดับโลกและมีการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพอย่างกว้างขวาง

หว่องสำทับว่า มีแนวโน้มที่ “พาสปอร์ตสุขภาพ” ที่ให้รายละเอียดวัคซีนที่ฉีดจะกลายเป็นฟีเจอร์ถาวรในการเดินทาง แบบเดียวกับที่การรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นเป็นฟีเจอร์ถาวรในการบินหลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ยังมีคนมากมายที่ไม่อยากฉีดวัคซีนล็อตแรก เพราะยังกลัวและไม่แน่ใจกับผลข้างเคียง

คาอูลไม่คิดว่า การท่องเที่ยวจะฟื้นอย่างรวดเร็วแม้มีวัคซีนแล้วก็ตาม เพราะไม่มั่นใจว่า วัคซีนโควิดจะต้องฉีดเป็นระยะเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่ และนอกจากวัคซีนแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรฐานโลกในด้านความสะอาดและสุขอนามัย ขณะที่หว่องเห็นว่า ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องมีวิธีติดตามผู้สัมผัสโรคที่มีประสิทธิภาพ

ด้านเกร์เรโรสำทับว่า คนจะเดินทางหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม สถานะการเงินของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นในอนาคตทางเศรษฐกิจของตนเอง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของโลกปีที่แล้วหดตัว 4.4% และแม้คาดว่า จีดีพีปีนี้จะโตขึ้น 5.2% แต่ประเทศต่างๆ ไม่คิดว่า อัตราว่างงานจะกระเตื้องขึ้นเร็วนัก เนื่องจากบริษัทต่างๆ ยังต้องพยายามฟื้นผลประกอบการและจ่ายหนี้

ที่อินโดนีเซีย ประชาชน 2.56 ล้านคนตกงานเพราะโควิด และสิงคโปร์เผชิญภาวะถดถอยเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจติดลบ 5.8% โดยเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งแรกนับจากวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ในช่วงไตรมาส 2 ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 3.6% ในเดือนกันยายน
กำลังโหลดความคิดเห็น...