xs
xsm
sm
md
lg

“หอมมะลิ” สมศักดิ์ศรีแชมป์โลก ส่งออก 11 เดือนพุ่ง 1.29 ล้านตัน

เผยแพร่:



กรมการค้าต่างประเทศเผยยอดส่งออก “ข้าวหอมมะลิไทย” ช่วง 11 เดือน ทะลุ 1.29 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.57% สมศักดิ์ศรีการเป็นแชมป์ข้าวที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2563 แถมตลาดหลัก ทั้งสหรัฐฯ แคนาดา สิงคโปร์ และฮ่องกงเติบโตเพิ่มขึ้น ระบุยังมีข่าวดีส่งออกข้าวไปแคนาดาทำสถิติใหม่เกิน 1 แสนตันแล้ว หลังจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิไทยช่วง 11 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-พ.ย.) มีปริมาณ 1.29 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.57% ถือว่ายังรักษาระดับการส่งออกได้ดี แม้ข้าวไทยจะมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง และปัจจุบันยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ข้าวหอมมะลิไทยก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ โดยตลาดส่งออกสำคัญ 4 ตลาดหลัก ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกว่า 50% ของการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยทั้งหมด ได้แก่ สหรัฐฯ แคนาดา สิงคโปร์ และฮ่องกง ยังส่งออกได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 10.46% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 4.69% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของข้าวหอมมะลิไทยที่ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดข้าวพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง

“ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของข้าวหอมมะลิไทยให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ข้าวหอมมะลิไทยคว้าแชมป์ข้าวที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2563 ทำให้ข้าวหอมมะลิไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งกรมฯ ในฐานะหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ข้าวไทยในตลาดต่างประเทศจะใช้โอกาสนี้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้าวไทย ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกต่อไป”

นายกีรติกล่าวว่า ยังมีข่าวดีสำหรับข้าวไทยอีกข่าวหนึ่ง ก็คือ ในช่วง 11 เดือนของปีนี้ไทยสามารถส่งออกข้าวไปยังตลาดแคนาดาได้เกิน 100,000 ตันแล้ว ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยทำได้ปริมาณ 108,259 ตัน เพิ่มขึ้น 21.78% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ส่งออกข้าวปริมาณ 88,899 ตัน เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของกรมฯ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโทรอนโต และนครแวนคูเวอร์ ที่ได้จัดกิจกรรมเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานข้าวไทยให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องในหลายช่องทาง ทำให้มีความต้องการซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น

สำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการ เช่น การพบปะหารือกับผู้นำเข้า และผู้กระจายสินค้า เพื่อขยายช่องทางการตลาด การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เมนูอาหารไทยจากร้าน Thai Select โดยเน้นข้าวหอมมะลิไทยและข้าวสีของไทย รวมทั้งสนับสนุนการบริการอาหารจากร้านดังกล่าวส่งตรงถึงผู้บริโภค ผ่านแอปพลิเคชันในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และช่วงที่มีการล็อกดาวน์ เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ข้าวไทย 5 ปี (ปี 2563-67) ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ซึ่งเน้นการพัฒนาข้าวไทยให้ตรงความต้องการของตลาด มีเป้าหมายคือ “ไทยเป็นผู้นำในด้านการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก” และขณะนี้อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
กำลังโหลดความคิดเห็น...