xs
xsm
sm
md
lg

Ibusiness review : ตัวช่วยหน้ากากผ้า เสริมความมั่นใจสู้ภัยโควิด-19

เผยแพร่:



สถานการณ์โควิด-19 ตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ากลายเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) กระทั่งกลายเป็นแฟชั่นคู่กายไม่ต่างจากเสื้อผ้า สนนราคาตั้งแต่หลักสิบบาท ถึงหน้ากากผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท

นอกจากผลิตภัณฑ์หน้ากากผ้า ที่จำหน่ายอย่างแพร่หลายตามท้องตลาดแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้คู่กับหน้ากากผ้าเพิ่มความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น "สเปรย์เพิ่มประสิทธิภาพการกรองหน้ากากผ้า" กรองเชื้อโรค กรองฝุ่น PM 2.5 สะท้อนฝุ่นและไวรัส และน้ำยาใส่หน้ากาก "มาส์กดรอป" (Mask Drop) เพิ่มความหอมสดชื่นให้กับหน้ากากของคุณอีกด้วย


เริ่มกันที่ ผลิตภัณฑ์สเปรย์เพิ่มประสิทธิภาพการกรองหน้ากากผ้า (MaskSheld+ Protecting Spray) ยี่ห้อ "ไทเกอร์พล๊าส" (Tigerplast) ผลงานวิจัยโดยนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาจากพอลิเมอร์ที่มีความปลอดภัยต่อทางเดินหายใจ ถักทอเส้นใยเชื่อมต่อกันให้เรียบละเอียดมากขึ้น ช่วยลดช่องเปิดของหน้ากากผ้า แต่ยังสามารถหายใจเข้า-ออกได้

ช่วยผลักฝุ่นและไวรัสไม่ให้เกาะที่หน้ากาก เนื่องจากอนุภาคต่างๆ ทั้งฝุ่นและไวรัสมีประจุอยู่ในตัว เมื่ออนุภาคที่มีประจุเหมือนกันอยู่ใกล้กัน จะมีแรงผลักออกจากกัน ในสเปรย์ประกอบด้วยสารที่มีความสามารถในการปรับประจุให้เป็นประจุเดียวกันกับอนุภาคที่เข้ามาใกล้ ทำให้เกิดแรงผลักฝุ่นและไวรัสออกไปตามธรรมชาติ ไม่สามารถเข้ามาใกล้หรือเกาะหน้ากากได้


วิธีการใช้งานไม่ยาก เพียงแค่พ่นสเปรย์ให้ทั่วหน้ากากผ้าจนชุ่ม หรือพ่นประมาณ 15 ครั้ง ทิ้งไว้ให้แห้ง หรือใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าให้แห้งก็ได้ กระทั่งหน้ากากผ้าแห้งสนิทจึงนำมาสวมตามปกติ สังเกตได้ว่าจะมีสารเคลือบที่หน้ากากอยู่ ประสิทธิภาพของสเปรย์จะคงอยู่จนกว่าจะนำผ้าปิดปากไปซักล้างทำความสะอาดตามปกติ แล้วกลับมาพ่นสเปรย์ใหม่ได้ ควรปิดฝาให้สนิท

คำเตือน ผลิตภัณฑ์นี้ใช้สำหรับหน้ากากผ้าเท่านั้น ห้ามฉีดพ่นบนหน้ากากอนามัย และหน้ากาก N95 ไม่ควรกินกลืนหรือพ่นเข้าร่างกายโดยตรง ปัจจุบันสเปรย์เพิ่มประสิทธิภาพการกรองหน้ากากผ้าไทเกอร์พล๊าส จำหน่าย 2 ขนาด ได้แก่ 30 มิลลิลิตร ราคา 69 บาท และ 100 มิลลิลิตร ราคา 168 บาท วางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต และชอปปิ้งออนไลน์


อีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เพิ่งวางตลาดส่งท้ายปี คือ น้ำยาใส่หน้ากาก หรือ มาสก์ดรอป (Mask Drop) ของเปปเปอร์มินท์ฟิลด์ (Peppermint Field) ผู้ผลิตยาดมชั้นนำของไทย นวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาของคนที่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า คือ รู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก จึงทำให้หลายคน "การ์ดตก" เลือกที่จะไม่สวมหน้ากาก หรือสวมหน้ากากแบบไม่ครอบจมูก

ครั้งแรกในเมืองไทย กับน้ำยาใส่หน้ากากสุดคูลหลอดนี้ พัฒนาสูตรเฉพาะให้มีความหอม เย็น ไม่ทำให้แสบตา แตกต่างจากการใช้ยาดมที่มีส่วนของน้ำมัน และยาหม่องน้ำที่แสบตา เพื่อให้ผู้บริโภคเปลี่ยนประสบการณ์ในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าให้หอมสดชื่น สามารถสวมใส่ได้นานขึ้น ดับกลิ่นลมหายใจภายใต้หน้ากาก และกลิ่นเหม็นของหน้ากากให้หอมขึ้น


วิธีการใช้ เพียงแค่หยดน้ำยาใส่ด้านนอกหน้ากาก 1-2 หยด ทิ้งไว้สักพักก่อนสวมใส่ สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ สามารถใช้ได้กับหน้ากากทุกประเภท ทั้งหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย รวมทั้งหน้ากาก N95 คำแนะนำ ใช้เฉพาะภายนอกเท่านั้น หลีกเลี่ยงบริเวณดวงตา เก็บให้ห่างจากมือเด็กและมิดชิด หลีกเลี่ยงแสงแดดและเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส

มาสก์ดรอปจากเปปเปอร์มินท์ฟิลด์มีให้เลือก 2 กลิ่น คือ กลิ่นเฟรชมินท์ หลอดสีขาว หอมละมุน และกลิ่นแบล็คมินท์ หลอดสีดำ หอมเข้มจากกลิ่นของยูคาลิปตัส วางจำหน่ายขนาด 3 ซีซี ใช้ได้มากกว่า 200 ครั้ง ในราคาหลอดละ 39 บาท เบื้องต้นทดลองวางจำหน่ายผ่านชอปปี้ ร้าน Bertram (1958) Official Shop เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลิตภัณฑ์เสริมความมั่นใจให้กับหน้ากากผ้า แต่เนื่องจากโรคโควิด-19 ติดต่อผ่านทางการไอ จาม และการสัมผัส โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างลูกบิดประตู พื้นโต๊ะต่างๆ ที่อาจจะมีสารคัดหลั่งปะปนอยู่อย่างไม่รู้ตัว หากมีความจำเป็นต้องไปในที่สาธารณะ อย่าลืมล้างมือบ่อยครั้ง รักษาระยะห่าง สแกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ ใช้ช้อนกลางและช้อนส่วนตัวทานข้าว

รวมทั้งติดตามสถานการณ์โควิด-19 จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หากรู้ว่าตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยง ควรกักตัวเอง 14 วัน และเมื่อมีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์ เปิดเผยข้อมูลตามจริง เพื่อให้รู้เร็วและรักษาได้ ขอภาวนาว่าในปี 2564 เมื่อมีวัคซีนสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว อดทนกันอีกนิด แล้วเราจะก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน

หมายเหตุ : คอลัมน์ Ibusiness review ขอหยุดตีพิมพ์ชั่วคราวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 และจะกลับมาอีกครั้งประมาณวันพุธที่ 13 มกราคม 2564


(เกาะกระแสธุรกิจ เศรษฐกิจสดใหม่ เรื่องราวการตลาดที่ใกล้ชิดผู้บริโภค กับ Ibusiness Review ที่นี่ที่เดียว! ทางเฟซบุ๊ก Ibusiness และเว็บไซต์ ibusiness.co)
กำลังโหลดความคิดเห็น...