xs
xsm
sm
md
lg

การตลาดสุดแซ่บ : เหตุใด ‘พริกอินเดีย’ จึงไปโผล่ใน ‘หม้อไฟฉงชิ่ง’

เผยแพร่:


(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้ารับประทานหม้อไฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 5 ต.ค. 2020)
ฉงชิ่ง,(ซินหัว) — ประกาศ โนโป (Prakash Nopo) เกษตรกรชาวอินเดียวัย 47 ปี ดูแลความเรียบร้อยขณะคนงานเก็บพริกในสวนของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอานธรประเทศทางตอนใต้ของอินเดีย โดยหลังจากเก็บพริกมาแล้ว คนงานจะนำพริกไปทำความสะอาด ตากแห้ง และบรรจุหีบห่อ ก่อนจะจัดส่งจากท่าเรือเจนไนของอินเดียไปยังท่าเรือชินโจว ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ซึ่งจะถูกส่งอีกทอดด้วยระบบขนส่งทางรางไปยังเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้

ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของเมนูอาหารที่เรียกกันว่า “หม้อไฟ” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเนื่องจากมีรสชาติเผ็ดร้อน โดยสมาคมการทําอาหารแห่งประเทศจีนยกย่องว่าฉงชิ่งนั้นเป็นเมืองหลวงแห่งหม้อไฟของจีน ซึ่งมีพริกอินเดียเป็นตัวช่วยในการเพิ่มความเผ็ดร้อนของหม้อไฟพร้อมรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำ

หม้อไฟเป็นประเภทอาหารที่ลูกค้าสามารถปรุงอาหารได้เกือบทุกชนิดในหม้อต้มเดือด โดยวัตถุดิบหลักที่นิยมใส่ลงในหม้อ ได้แก่ เนื้อแกะฝานบางๆ หรือเนื้อวัว เครื่องใน อาหารทะเล และผักนานาชนิด

พริกอินเดียนั้นมีราคาใกล้เคียงกับพริกจีน แต่มีความเผ็ดร้อนมากกว่า ซึ่งพริกอินเดียให้ระดับความเผ็ดร้อนเท่ากับพริกจีนแต่ในปริมาณที่น้อยกว่าราวหนึ่งในสาม โดยอินเดียเป็นหนึ่งในผู้ปลูกพริกใหญ่ที่สุดของโลก แต่ละปีมีพริกไทยราว 200,000 ตันหรือร้อยละ 60 ของอินเดียถูกส่งออกไปยังจีน โดยร้อยละ 60 ของจำนวนดังกล่าวถูกส่งไปยังทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฉงชิ่ง

โนโปกล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2017 ภาคการส่งออกของพริกอินเดียไปยังจีนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หนุนให้ราคาส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกพริกของเขาขยายเพิ่มร้อยละ 20 แตะที่ 16 เฮกตาร์ (ราว 100 ไร่)

เขาให้สัมภาษณ์กับซินหัวทางออนไลน์ว่า รายได้จากสวนพริกของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 และรายได้โดยเฉลี่ยของเกษตรกรที่ทำงานในสวนของเขามากกว่า 30 คน เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 20

การเปิดช่องทางการขนส่งสินค้าใหม่ช่วยให้พริกอินเดียถูกขนส่งไปยังฉงชิ่งมากขึ้น โดยในเดือนกันยายน ปี 2017 ระเบียงการค้าทางบก-ทะเลระหว่างประเทศใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) ถูกเปิดขึ้นเพื่อเชื่อมต่อฉงชิ่งและภูมิภาคอื่นทางตะวันตกของจีน เข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้

เมื่อเทียบกับเส้นทางการขนส่งสินค้าดั้งเดิม เส้นทางใหม่นี้ใช้เวลาในการขนส่งพริกอินเดียไปยังฉงชิ่งน้อยกว่า 7 วัน โดยค่าใช้จ่ายสำหรับตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าลดลงถึง 2,000 หยวน (ราว 9,200 บาท) ต่อตู้

ซ่งเว่ยเจี๋ย ผู้จัดการผู้นำเข้าสินค้าในเมืองเซี่ยเหมินทางตะวันออกของจีน กล่าวว่าแม้จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) การนำเข้าพริกอินเดียในปีนี้ยังเติบโตด้วยการสนับสนุนจากระเบียงการค้าทางบก-ทะเลระหว่างประเทศใหม่

อนึ่ง หม้อไฟมีต้นกำเนิดในช่วงปลายราชวงศ์หมิง (1368-1644) โดยวัตถุดิบหลักคือเครื่องในของสัตว์ท้องถิ่น

แบรนดอน เบอร์อาโด ชาวอเมริกันวัย 25 ปี ซึ่งทำงานในแผนกธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัทฉงชิ่ง เต๋อจวง อินดัสเตรียล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเชนร้านอาหารหม้อไฟ กล่าวว่าในปัจจุบัน วัตถุดิบทางอาหารหลายชนิดทั่วโลกสามารถนำมาทำกินในหม้อไฟฉงชิ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นหมูดำสเปน เนยเยอรมัน และผ้าขี้ริ้วสัตว์จากนิวซีแลนด์ โดยอาหารบางชนิดถูกนำเข้าเนื่องจากขาดตลาดในประเทศ ขณะที่อาหารประเภทอื่นมีเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปของผู้คน

สำหรับหวังต้าอวี่ ชาวฉงชิ่งวัย 64 ปี วัตถุดิบที่ดั้งเดิมมากที่สุดเวลากินหม้อไฟ คือเครื่องในสัตว์ เช่น กระเพาะวัว เส้นเลือดใหญ่หมู และไส้เป็ด แต่อาหารต่างชาติที่ถูกปรุงด้วยหม้อไฟก็น่าลิ้มลอง โดยเขาบอกว่าสมัยก่อนไม่มีอาหารต่างชาติในเมนูหม้อไฟ ถึงมีก็ราคาแพง

วัตถุดิบหม้อไฟที่มีมากมายหลายประเภทสะท้อนให้เห็นถึงการเปิดประเทศสู่โลกภายนอกของจีน ซึ่งมีจีดีพีต่อหัวมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 300,000 บาท) และมีประชากรชั้นกลางมากถึง 400 ล้านคน

ฉงชิ่ง ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล มีการเชื่อมต่อกับต่างประเทศที่ดีขึ้นผ่านช่องทางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศหลายช่องทาง อาทิ ระเบียงการค้าทางบก-ทะเลระหว่างประเทศใหม่ บริการรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป และแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำยาวที่สุดของจีน ทำให้อาหารจากทั่วโลกหลั่งไหลมายังฉงชิ่งด้วยวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และได้มาผสานรวมกันในหม้อไฟ

จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ประกาศมาอย่างต่อเนื่องว่าจะไม่ปิดประเทศและจะเปิดกว้างสู่โลกมากขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าอาหารต่างประเทศนานาชนิดจะถูกนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับหม้อไฟมากขึ้น และสินค้าทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดจีนที่กว้างใหญ่ไพศาล เปิดกว้าง และหลากหลายเฉกเช่นหม้อไฟ มากยิ่งกว่าเดิม
กำลังโหลดความคิดเห็น...