xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูไม่สนใจซื้อเหมืองถ่านหิน ปตท.เบรกการขยายพอร์ตธุรกิจเพิ่ม

เผยแพร่:



บ้านปูเผยไม่สนใจซื้อเหมืองถ่านหินของ ปตท.ที่อินโดนีเซีย เนื่องจากเข้าสู่โหมดตั้งรับและไม่คิดขยายพอร์ตถ่านหินเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมียอดขายถ่านหินปีละ 42 ล้านตัน

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยกรณีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีแผนจะขายธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียว่า บริษัทฯ ไม่มีแผนการลงทุนเพื่อขยายพอร์ตธุรกิจถ่านหินเพิ่มเติมในขณะนี้ รวมไปถึงการเข้าซื้อกิจการเหมืองถ่านหินของ ปตท. โดยในปี 2563 บ้านปูฯ มุ่งใช้งบลงทุนไปที่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและเทคโนโลยีพลังงานเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจเหมืองถ่านหินจะเน้นไปที่การลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพถ่านหิน

ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนธุรกิจเข้าสู่โหมดการตั้งรับ (Defensive Mode) หลังจากสิ้นสุดการใช้วงเงินลงทุนก้อนใหญ่เพื่อเข้าซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ในสหรัฐฯ มูลค่า 570 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ได้ปิดดีลเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวในช่วง 1-2 ปีนี้หลังจากเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 กดดันราคาถ่านหินทรงตัวในระดับต่ำ

ปัจจุบันบ้านปูมีเหมืองถ่านหินอยู่ที่อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน และแหล่งถ่านหินที่มองโกเลียถ่านหิน โดยถ่านหินที่ผลิตได้จะถูกจำหน่ายไปยังลูกค้าภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในเอเชียเป็นหลัก โดยในปี 2563 บ้านปูวางเป้าหมายปริมาณการขายถ่านหินรวม 42 ล้านตันต่อปี มาจากเหมืองออสเตรเลีย 13 ล้านตัน อินโดนีเซีย 22 ล้านตัน และจีน 7 ล้านตัน

ก่อนหน้านี้ ปตท.มีแผนที่จะลดบทบาทธุรกิจถ่านหิน โดยจะขายเหมืองถ่านหินที่ประเทศอินโดนีเซียหากมีผู้สนใจเสนอซื้อโดยให้ราคาที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเวลาจะต้องขายออกเมื่อใดขึ้นอยู่กับโอกาสและราคาเป็นสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาธุรกิจถ่านหินของ ปตท.มีปริมาณการขายถ่านหินราว 8-9 ล้านตันต่อปี โดยมีกำไรจากการประกอบการ หลังจากธุรกิจหลังปรับลดต้นทุนการผลิตมาอยู่ในระดับที่ต่ำเพื่อสอดรับกับราคาถ่านหินที่ทรงตัวในระดับต่ำ

การลดบทบาทของธุรกิจถ่านหินสืบเนื่องจาก ปตท.มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 15 ในปี 2563 และร้อยละ 25 ภายในปี 2573 โดยหันไปลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น โดยวางเป้าหมายมีกำลังการผลิตพลังงานทดแทนรวม 8 พันเมกะวัตต์ใน 10 ปีข้างหน้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...