xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ด PPP ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสัญญา THAI-AOT หลังพ้นรัฐวิสาหกิจ

เผยแพร่:



คณะกรรมการ PPP เคาะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการบินไทยหลังพ้นรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะสัญญาร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนกับ AOT พร้อม ไฟเขียว 2 โครงการ ทั้งโครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว และโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ มูลค่ารวม 19,000 ล้านบาท หนุนเอกชนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายชาญวิทย์ นาคบุรี ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานเป็นประธานวันนี้ (30 ต.ค.) ว่า บอร์ด PPP มีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและตรวจสอบข้อสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ภายหลังจากการบินไทยพ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว ทั้งนี้ เพื่อดูสัญญาต่างๆ ของทั้งสองหน่วยงานว่าได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุน PPP หรือไม่ ส่วนการทำแผนการฟื้นฟูนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายใน ธ.ค.นี้

“การบินไทยได้พ้นสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วจึงต้องมาดูในข้อสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการรัฐว่ามีสัญญาใดที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายระบุ” นายชาญวิทย์กล่าว

นอกจากนี้ บอร์ด PPP ยังได้อนุมัติโครงการรวมมูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost มูลค่าเงินลงทุนรวม 18,961 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มูลค่ารวม 16,096 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 ก.ย. 65 ดังนั้นจะต้องเร่งดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนที่สัญญาเดิมจะสิ้นสุดลง เพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินการ

“รูปแบบการให้เอกชนบริหารจัดการโดยให้สัมปทาน โดย กนอ.จะมอบสิทธิแก่เอกชนเข้าใช้ทรัพย์สินเดิมของโครงการและดำเนินโครงการ ซึ่งเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด โดยภาครัฐไม่มีภาระการลงทุนในโครงการ ตลอดระยะเวลาร่วมลงทุน 30 ปี เพื่อสนับสนุนการประกอบกิจการของผู้ประกอบการในพื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง” นายชาญวิทย์กล่าว

พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ของกรมการขนส่งทางบกมูลค่ารวม 2,865 ล้านบาท โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงานและส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึง O&M ทั้งหมด ตลอดระยะเวลาโครงการ 15 ปี เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...