xs
xsm
sm
md
lg

พนักงาน “การบินไทย” สมัครใจออก 4,977 คน ยืดกระแสเงินสดถึง เม.ย. 64

เผยแพร่:



พนักงานการบินไทยเข้าร่วมโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (MSP) 4,977 คน โดยกลุ่มแรกลาออกจำนวน 1,918 คน มีผล 1 ธ.ค.นี้ “ชาญศิลป์” เผยจะช่วยยืดกระแสเงินสดบริษัทไปถึง เม.ย. 64

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่บริษัทฯ ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนบริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังมีการจัดเที่ยวบินขนส่งสินค้า การจัดเที่ยวบินรับคนไทยจากต่างประเทศกลับบ้าน การหารายได้จากการขายอาหารของฝ่ายครัวการบิน และการขายของที่ระลึก Thai Shop แต่ไม่สามารถเทียบกับรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารได้

บริษัทฯ จึงดำเนินโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (Mutual Separation Plan - MSP) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมใจเสียสละเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและยืดกระแสเงินสดออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการปรับตัวอย่างเข้มข้นเพื่อรองรับแผนฟื้นฟูในอนาคต โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19-28 ตุลาคม 2563

แบ่งเป็นโครงการร่วมใจจากองค์กร (MSP A) เป็นการลาออกจากบริษัทฯ หากได้รับการอนุมัติจะมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 และโครงการลาระยะยาว (Leave with 20% pay หรือ LW20) ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินรายเดือนในอัตราร้อยละ 20 ตลอดระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563-30 เมษายน 2564 จากนั้นจึงมีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กร (MSP B) ซึ่งจะเปิดรับสมัครประมาณเดือนมีนาคม 2564 และหากได้รับการอนุมัติจะมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2564

มีพนักงานตอบรับเข้าร่วมโครงการจำนวน 4,977 คน โดยเป็นการร่วมใจจากองค์กร (MSP A) จำนวน 1,918 คน โครงการลาระยะยาว (LW20) จำนวน 2,699 คน และเข้าร่วมทั้ง 2 โครงการ (LW20&MSP A) จำนวน 360 คน

ทั้งนี้ การทำโครงการร่วมใจฯ นั้นเพื่อรักษากระแสเงินสดของบริษัทฯ ให้ได้ถึงเดือน เม.ย. 64 ซึ่งบริษัทได้สื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ชัดเจน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงาน ถือว่าพนักงานเป็นผู้เสียสละ ทั้งผู้ที่เสียสละเข้าร่วมโครงการ และผู้ที่เสียสละอยู่กับการบินไทยต่อไป เพื่อนำพาให้การบินไทยได้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งการบินไทยมีความมุ่งมั่นในการเป็นสายการบินที่ให้บริการขนส่งนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเป็นความภาคภูมิใจของชาติต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...