xs
xsm
sm
md
lg

OTT TV หมื่นล้านแข่งเดือด อีก 3 ปีผู้ชมเท่าตลาดทีวี เปิดสูตร LINE TV ยึดเวที

เผยแพร่:



การตลาด - อย่ามองข้าม! OTT TV มูลค่า 10,000 ล้านบาท อีก 3 ปีกินแชร์ผู้ชม 50% เท่าผู้นำทีวี LINE TV เผย 6 กลยุทธ์สู่ผู้นำ OTT TV พร้อมเปิดตัว As Seen on LINE TV ให้ชอปปิ้งสินค้าจากคอนเทนต์ดัง ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์ม Top of Choice ของผู้ชมและนักการตลาด

จับตาตลาด OTT TV จากที่มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 10 ราย มูลค่ารายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ทั้งที่มาจากโฆษณา และระบบรับชมแบบสมาชิก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ในแง่ที่แต่ละรายมุ่งหาคอนเทนต์ไทยเพื่อดึงดูดฐานผู้ชม

ในแง่ผู้ผลิตคอนเทนต์เองก็มีจำนวนจำกัด รวมถึงกำลังมองหาทิศทางของตัวเองว่าจะออกไปทางไหน ในสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งอนาคตการแข่งขันอาจจะเบาลง ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ผลิตคอนเทนต์อาจจะสู้ต้นทุนไม่ไหว และหายไป และบางส่วนหาทิศทางดำเนินธุรกิจต่อไปได้แล้ว


นายกณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาด OTT TV เฉพาะในประเทศไทย การรับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์จะโตขึ้น 15% ในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) จากปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ประเภท AVOD (Ad-Supported VDO on Demand) จะเติบโตต่อเนื่องกว่า 50% หรือเกือบเทียบเท่าฐานผู้ชมบนทีวี 

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 กระตุ้นให้ผู้ชมปรับตัวหันมาชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดจาก LINE TV ที่มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 43% และใช้เวลาดูนานขึ้นรวม 43% ด้วยเช่นกัน 

ขณะที่ด้านผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศนั้นก็จะถูกดึงฐานผู้ชมโดยแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก ซึ่งมีโปรดักชันคอนเทนต์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน 


“เทรนด์การรับชม OTT TV กำลังเป็นที่นิยมสูงขึ้นทั่วโลก เห็นได้จากจีนที่สัดส่วนรับ OTT แซงหน้า TV ไปแล้ว ตามมาด้วยบราซิล การรับชมทีวีน้อยกว่า TV น้อยกว่า 30% รวมถึงประเทศไทยที่คาดว่าในอีก 3 ปีสัดส่วนการรับชม OTT TV จะเท่ากับทีวี จากปี 2561 การรับชม OTT อยู่ที่ 30% และทีวีอยู่ที่ 70% ซึ่งในส่วนของไลน์ทีวีเอง ช่วง ม.ค.-พ.ค. 2563 พบการรับชมรายเดือนโตขึ้น 12% ยอดการดาวน์โหลดโตขึ้น 72% และการรับชมเฉลี่ยโตขึ้น 17% การคาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วน 50% เท่ากันในอีก 3 ปีข้างหน้าจึงอาจจะเร็วกว่านั้นก็เป็นได้” 

จากปัจจัยเหล่านี้ LINE TV จึงเล็งเห็นว่าเป็นทั้งตัวกระตุ้นและโอกาสสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศและเหล่าแบรนด์ต่างๆ ที่จะให้ความสำคัญต่อแพลตฟอร์ม OTT TV โดยเฉพาะประเภท AVOD ที่กำลังจะมีบทบาทเป็นอย่างมากในตลาดคอนเทนต์ไทย โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ค้นพบ 6 ปรากฏการณ์กลยุทธ์ที่ทำให้ LINE TV เป็นผู้นำ OTT TV


ปรากฏการณ์ที่ 1 : พลังแพลตฟอร์มผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่ผู้ชมทั่วโลก - ในปีที่ผ่านมา LINE TV ได้ลุล่วงพันธกิจ Content Digitalization Engine for Thais ผลักดันส่งออกคอนเทนต์ไทยหลากหลายประเภท โดยเฉพาะ LINE TV Original Content ไปสู่สายตาผู้ชม 28 ประเทศทั่วโลก และมีออริจินัลคอนเทนต์ 78 เรื่อง 

ปรากฏการณ์ที่ 2 : ดันกระแส Boy’s Love ให้แมส สร้าง Engagement สูงสุด - LINE TV มีซีรีส์วายมากที่สุดในไทยกว่า 39 เรื่อง (ตุลาคม 2563) และฐานผู้ชมโตขึ้นถึง 3 เท่าตัวในทุกช่วงวัยในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งจาก Y-Economic Study การสำรวจพฤติกรรมเชิงพาณิชย์ในกลุ่มผู้ชมซีรีส์วายในเมืองไทย 

LINE Insight เผยว่า ผู้ชมคอนเทนต์นี้ที่ต้องการดูซ้ำเพื่อเพิ่มยอดวิวให้สูงขึ้น เชื่อมต่อกับคอมมูนิตีบนโซเชียลมีเดียขณะรับชม แพลตฟอร์มที่อีโคซิสเต็มสามารถรองรับพฤติกรรมเหล่านี้ได้จะยิ่งช่วยทำให้คอนเทนต์นั้นโด่งดังและสร้าง Engagement กับผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น เป็นโอกาสที่แบรนด์ต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมได้หลากหลายรูปแบบ 

“กล่าวคือ ไลน์ทีวีเป็นแพลตฟอร์มการรับชมจากนิชเป็นแมสได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมวายซีรีส์ ที่มีทั้งหมด 39 เรื่อง มากสุดในแพลตฟอร์ม OTT ในไทย ทำให้ผู้ชมกลุ่มนี้ 80% จะดูผ่านไลน์ทีวี หรือในปี 2019-2020 ยอดผู้ชมกลุ่มวายซีรีส์โตขึ้น 3 เท่า หรือโตขึ้น 61% นับจากปี 2016-2020 ส่งผลให้ปีนี้มียอดผู้ชมวายซีรีส์กว่า 19 ล้านคน” 


ปรากฏการณ์ที่ 3 : เพิ่มความหลากหลายและทางเลือกเพื่อผู้ชม - LINE TV มุ่งสร้างความหลากหลายทั้งในเชิงคอนเทนต์และประสบการณ์รับชม เช่น เพิ่มคอนเทนต์ LGBTQ+ คุณภาพต่อยอดจากความนิยมของซีรีส์วาย เพิ่มคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไทยมืออาชีพ เพิ่มแอนิเมชันเรื่องดัง ซึ่งเป็นอีกประเภทที่ได้รับความนิยมจากการที่ยอดรับชมเติบโตสูงถึง 112 % และกว่า 80% อายุ 18-24 ปี และกว่า 60% เป็นผู้ชาย ทั้งยังรุกหน้าติดตั้งแอปฯ LINE TV ในทีวีหลากหลายแบรนด์

รวมถึงการจับมือกับ TCL เพื่อผลิตทีวีรุ่นพิเศษ “LINE TV” Custom TV รุ่นแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษมากมายเพื่อผู้ชม LINE TV แบบไม่มีโฆษณาคั่นนาน 1 ปี จากพฤติกรรมการชมบนจอใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 129% และยอดรับชม LINE TV บนจอใหญ่เพิ่มถึง 55% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา


ปรากฏการณ์ที่ 4 : King of Thai Content แห่ง OTT TV ไทย - LINE TV มีพันธมิตรคอนเทนต์มากถึง 250 ราย สามารถผลิตคอนเทนต์ไทยที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะ LINE TV Original Content ที่มีมากถึง 78 คอนเทนต์ (ตุลาคม 2563) การันตีคุณภาพด้วยรางวัลทั้งในประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับรางวัล Asian Academy Creative Awards 2020 รอบประเทศไทยก่อนจะเข้าชิงในระดับนานาชาติปลายปีนี้ และรางวัล 2020 Asia Contents Awards อีกด้วย 

สำหรับ 3 LINE TV Original ที่จะออกมาสร้างกระแสความนิยมในช่วงปลายปีนี้ อย่าง The Graduates บัณฑิตเจ็บใหม่, แปลรักฉันด้วยใจเธอ และ The Secret เกมรัก เกมลับ ที่กำลังจะลงจอในเดือนธันวาคมนี้ ก็ต่างจับกลุ่มผู้ชมที่หลากหลายแตกต่างกัน 

ปรากฏการณ์ที่ 5 : สร้าง Enjoyment Journey บนอีโคซิสเต็ม ติดปีกให้คอนเทนต์ - LINE TV สร้าง Enjoyment Journey ที่เชื่อมโยงเข้ากับบริการต่างๆ บน LINE Ecosystem เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การชม เป็นการติดปีกให้ผู้ผลิตพาคอนเทนต์เข้าถึงฐานผู้ชมได้มากกว่าที่เคย อย่างที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากกระแสซีรีส์วายในแคมเปญ “อินจิ้นฟินเวอร์” ที่สร้างสถิติสูงสุดให้กับบริการต่างๆ ที่ร่วมแคมเปญมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ As Seen on LINE TV ต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว ให้ผู้ชมสามารถชอปปิ้งสินค้าที่อยู่ในคอนเทนต์บน LINE TV ต่อได้เลยทันที โดยอยู่ในแท็บ Wallet บนแอปฯ LINE


ปรากฏการณ์ที่ 6 : แพลตฟอร์ม Top of Choice ของผู้ชมและนักการตลาด - ด้วยยอดวิวรวมกว่า 6 พันล้านวิวในแต่ละปี LINE TV ยังเป็นแพลตฟอร์มที่นักการตลาดเลือกลงโฆษณามากที่สุด จากการที่มีคอนเทนต์ทันกระแส หลากหลาย เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างอย่างทั่วถึง ทั้งยังไม่มีโฆษณา Mid-roll คั่นขณะชมโดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกแบบพรีเมียม โดยในเร็วๆ นี้จะยังมีการเปิดตัวเครื่องมือวัดผลและวางแผนการซื้อโฆษณาร่วมทั้งบนทีวี และ LINE TV เพื่อวัดการรับชมจากทุกอุตสาหกรรมทีวีเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างแม่นยำมากที่สุดอีกด้วย

“การจะเป็นผู้นำบนตลาด OTT TV ในเมืองไทยของ LINE TV ได้นั้นไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มบันเทิงของผู้ชมอย่างเดียว แต่เรายังมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโตรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป ทั้งยังพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์นักการตลาดด้วยโซลูชันใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมคอนเทนต์ให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กันอีกด้วย” นายกณพกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...