xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูปิดดีลซื้อแหล่งก๊าซฯ บาร์เนตต์ที่สหรัฐฯ แล้ว

เผยแพร่:



“บ้านปู” ปิดดีลสัญญาซื้อขายแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ที่สหรัฐฯ ก่อนกำหนดเดิม 3 เดือน ด้วยมูลค่าการลงทุนสุทธิ 489.80 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 15,407.89 ล้านบาท

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูนับเป็นบริษัทไทยรายแรกที่เข้าไปลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ โดยเริ่มลงทุนที่แหล่งก๊าซธรรมชาติมาร์เซลลัส (Marcellus) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 104,000 ตารางไมล์ กินพื้นที่ทั้งในรัฐเพนซิลเวเนีย เวสต์เวอร์จิเนีย โอไฮโอฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของรัฐนิวยอร์ก คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 522 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 15,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 170-200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขาย (Purchase and Sale Agreement : PSA) ผ่านบริษัท บ้านปู นอร์ท อเมริกา คอเปอเรชั่น จำกัด (Banpu North America Corporation) หรือ BNAC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ ที่ดูแลบริหารจัดการธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (Shale Gas) ในสหรัฐฯ เพื่อลงทุนและดำเนินการผลิตในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ในรัฐเทกซัส ด้วยกลยุทธ์การลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีความเสี่ยงต่ำและดำเนินการผลิตอยู่แล้ว การที่เราตัดสินใจปิดดีลเร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนธันวาคมปี 2563 เนื่องจากสามารถรับรู้รายได้และสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทได้ทันที เป็นช่วงที่ราคาก๊าซจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA จากแหล่งก๊าซธรรมชาติรวม 2 แหล่งของบ้านปูฯ เพิ่มเป็นร้อยละ 10 จากยอดรวม EBITDA ของบริษัทในปีนี้ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกในปีหน้าจากการคาดการณ์ราคาก๊าซที่สูงขึ้น

สำหรับการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ณ บริเวณฟอร์ต เวิร์ธ เบซิน (Fort Worth Basin) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตปิโตรเลียมที่สำคัญทางทิศเหนือของเท็กซัสตอนกลางกินพื้นที่ไปจนถึงทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโอกลาโฮมา ด้วยมูลค่าการลงทุน 489.80 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 15,407.89 ล้านบาท ทำให้บ้านปูฯ เป็นผู้ดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญที่สุดในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์จากหลุมผลิตกว่า 4,200 หลุม บนพื้นที่กว่า 350,000 เอเคอร์ ซึ่งมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองที่พิสูจน์แล้ว (1P) ประมาณ 3.5 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่า (Tcfe) และมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ (Million Cubic Feet Equivalent Per Day : MMcfed) ทั้งนี้ กำลังการผลิตของแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ 1 วัน สามารถผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่เทียบเท่ากับกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการได้ถึง 1.2 วัน

ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน เพราะเป็น bridging fuel หรือเชื้อเพลิงที่เป็นตัวเชื่อมสำคัญในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานเชื้อเพลิงที่ต้นทุนต่ำไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในอนาคต ทำให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาวไปจนถึงปี 25931 บ้านปูจึงไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจนี้ในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อเพิ่ม EBITDA จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติในพอร์ตของบริษัทฯ ให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายฐิติ เมฆวิชัย ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 แหล่งของบ้านปู จะมีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองที่พิสูจน์แล้ว (1P) ทั้งหมดประมาณ 4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ พร้อมกำลังการผลิตเฉลี่ยรวมเกือบ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้บ้านปูเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตก๊าซที่ใหญ่ที่สุด 20 อันดับแรกในสหรัฐฯ มีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองอย่างน้อย 12 ปี และสามารถขยายได้อีกหากปัจจัยราคาเกื้อหนุน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน อีกทั้งประโยชน์ที่ได้จากแหล่งก๊าซสองแหล่งคือการสร้างพลังร่วม (Synergy) ระหว่างแหล่งก๊าซ เพิ่มมูลค่าจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในกระบวนการผลิต และเทคโนโลยี Automation และ Data Analytics เข้ามาใช้ในการบริหารหลุมก๊าซจำนวนมากด้วยระบบบริหารแบบลีน (Lean Operation) จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุน และเสริมความปลอดภัยได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้น บ้านปูฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง
“บ้านปูฯ ยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจนี้เพื่อต่อยอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งในส่วนการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติผ่านท่อส่ง พร้อมมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตแข็งแกร่ง มีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ที่ไม่มีความผันผวน รวมถึงความต้องการนำก๊าซธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิตเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ฯลฯ ทั้งนี้ บ้านปูฯ พร้อมเดินหน้าเร่งขยายการเติบโตและเพิ่มความมั่นคงในธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่ต่อเนื่องและผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติที่พร้อมจะสร้างอนาคตทางพลังงานที่ยั่งยืน” นางสมฤดีกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...