xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.เพิ่มพอร์ตลงทุนธุรกิจใหม่จาก 8% เป็น 10%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปตท.เพิ่มพอร์ตลงทุนธุรกิจใหม่จากเดิม 8% เป็น 10% เหตุธุรกิจใหม่มีมาร์จิ้นที่สูงแต่รายได้ต่ำ มองทิศทางราคาน้ำมันดีขึ้น คาดปีนี้เฉลี่ย 40 เหรียญต่อบาร์เรล

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเพิ่มพอร์ตการลงทุนธุรกิจใหม่ (New Business) มากขึ้นเป็น 10% ของงบลงทุน เพราะธุรกิจใหม่จะมีกำไรที่สูงแม้ว่าสร้างรายได้น้อย โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งในธุรกิจ โดยธุรกิจใหม่มีส่วนสำคัญที่จะเข้ามาเสริมสร้างการเติบโตของฐานธุรกิจหลัก ซึ่งธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจก๊าซฯ ก็ยังเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง

เดิมแผนการลงทุน 5 ปีนี้ ปตท.ลงทุน 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนธุรกิจใหม่ราว 8% ซึ่ง ปตท.มีแผนทบทวนการลงทุนใหม่ทุกปี ต่อไปก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในธุรกิจใหม่

นอกจากนี้ ธุรกิจก๊าซฯ ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากและเป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ที่ยาว ทำให้บริษัทมองโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยมีโครงการ Gas to Power ที่ต่อยอดจากก๊าซฯ ไปสู่ธุรกิจไฟฟ้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

นายอรรถพลกล่าวว่า ปตท.คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้อยู่ในระดับ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลบวก/ลบ จากเดิมที่เคยประเมินราคาน้ำมันดิบไว้ที่ 35-40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่ำสุดในช่วงเดือน เม.ย. 63 โดยมองว่าราคาน้ำมันน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว หากกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตรยังคงมาตรการลดกำลังการผลิตน้ำมันตามแผน และโควิด-19 รอบ 2 ไม่รุนแรง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และความผันผวนของสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.จึงมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการสนับสนุนส่วนลดก๊าซหุงต้ม (LPG) แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหารที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 100 บาท/คน/เดือนต่อไปอีก 3 เดือน จนถึงเดือนกันยายน 2563

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.ยังเห็นชอบขยายระยะเวลาการให้ส่วนลดราคาขายปลีก NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะ โดยอุดหนุนราคาขายปลีก NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะ 4.69 บาทต่อกิโลกรัม จากราคาขายปลีกในปัจจุบัน 15.31 บาท/กก. (เป็นราคา 10.62 บาท/กก.) ต่อไปอีก 1 เดือนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 ภายใต้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...