xs
xsm
sm
md
lg

YouTube เตรียมลดคุณภาพวิดีโอทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


YouTube เคยตั้งใจลดคุณภาพการชมวิดีโอเฉพาะในยุโรป แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนและขยายนโยบายไปยังส่วนพื้นที่อื่นของโลก
เพื่อลดปริมาณการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในระหว่างการอยู่บ้านสู้พิษโควิด-19 เจ้าพ่อวิดีโอออนไลน์ “ยูทูบ” (YouTube) ประกาศแผนลดคุณภาพการเล่นวิดีโอของผู้ใช้ทั่วโลก โดยจะยึดระดับมาตรฐานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ทุกคน เปลี่ยนจากระดับไฮเดฟ (high-definition) ความละเอียดสูงที่เคยให้บริการ

แทนที่จะเป็นวิดีโอความคมชัดสูง YouTube ออกตัวช่วยลดภาระของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดเมื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระหว่างการล็อกดาวน์ หรือการให้ประชาชนงดออกจากบ้านเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของไวรัส เบื้องต้น YouTube ขีดเส้นลดคุณภาพวิดีโอราว 30 วันเท่ากับเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่ประกาศมาตรการออกมาก่อนไม่นาน

ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งวิดีโออย่าง YouTube ตั้งใจลดคุณภาพการชมวิดีโอเฉพาะในยุโรป แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนและขยายนโยบายไปยังส่วนพื้นที่อื่นของโลก โดย YouTube ประเมินระยะเวลาแสดงวิดีโอในระดับมาตรฐานเป็นเวลา 30 วันจากการคาดคะเนสถานการณ์ความจำเป็นต้องกักตัวของผู้คนระหว่างการระบาดของ COVID-19

อย่างไรก็ตาม YouTube ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว CNN ได้ว่าผู้ใช้จะยังคงสามารถสลับไปใช้วิดีโอความละเอียดที่สูงขึ้นได้ด้วยการคลิกเปลี่ยนระดับความละเอียดของวิดีโอ แต่จะต้องปรับด้วยตัวเองทุกครั้งที่ชม

ทั้งหมดนี้ YouTube ชี้แจงว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อลด ”ความตึงเครียด” ในระบบระหว่างสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลก นอกจากนี้ YouTube ยังเผยแพร่วิดีโอของครีเอเตอร์ผู้สร้างวิดีโอบางส่วน เพื่อให้ผู้ชมได้มีไอเดียระหว่างกักตัวอยู่บ้านอย่างมีความสุข


น่าเสียดายที่ YouTube ไม่ประกาศรายละเอียดทราฟฟิกที่เชื่อว่าจะสามารถลดลงได้จากการตัดสินใจครั้งนี้ ต่างจาก Netflix ที่ออกแถลงการณ์ระบุว่าการตัดสินใจลดอัตราบิตเรททั้งระบบสตรีมของ Netflix ในยุโรปเป็นเวลา 30 วัน จะลดปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตของ Netflix บนเครือข่ายในยุโรปลงได้ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์


ตัวเลขคำนวณจากการรับส่งข้อมูลของทราฟิก Netflix ที่คิดเป็นสัดส่วนสูงมากในการใช้แบนด์วิดท์ของโลกมานานแล้ว รายงาน ณ สิ้นปี 2562 พบว่าทราฟิกของ Netflix คิดเป็น 13% ของปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ซึ่งคาดว่าตัวเลขทราฟฟิกของ YouTube จะมีสัดส่วนสูงมากกว่า เพราะฐานผู้ใช้ที่ทะลุหลัก 2,000 ล้านคนทั่วโลก.
กำลังโหลดความคิดเห็น...