xs
xsm
sm
md
lg

เตรียมพบ “ป้ายทะเบียนรถพิเศษ” กำหนดชื่อ หมวด เลขเอง ไม่ซ้ำใคร

เผยแพร่:



"คมนาคม"เตรียมเปิดตัว“ป้ายทะเบียนรถพิเศษ”เปิดโอกาสเจ้าของรถ กำหนดชื่อ หมวด เลขสวย ได้เองเต็มที่ “กรมขนส่งฯ”เร่งศึกษารูปแบบ เปิดตัวโครงการในปีนี้ หวังเพิ่มรายได้เข้ากองทุน กปถ.

วันนี้(14 ก.พ.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีแนวคิดในการจัดทำโครงการป้ายทะเบียนรถพิเศษ ที่เจ้าของรถสามารถกำหนดหมวดเป็นชื่อเฉพาะ และกำหนดตัวเลขเองได้ จากปัจจุบันที่กำหนดหมวดเป็นตัวอักษร และต่อด้วยตัวเลข ด้านล่างจะเป็นชื่อจังหวัด โดยป้ายทะเบียนพิเศษนี้ จะมีหมวดอักษร ตัวเลขอยู่ แต่ด้านบนจะมีชื่อที่ต้องการ ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับป้ายพิเศษเพิ่ม จากป้ายปกติ

โดยขณะนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งจะสรุปและเปิดดำเนินการในปี2563 นี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ กองทุนเพื่อความปลอดภัย การใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มีความแข็งแรงมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีเงินสะสมในกองทุน กปถ.ประมาณ 2-3 พันล้านบาท จากการประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย ซึ่งเชื่อว่า จะมีประชาชนสนใจแน่นอน โดยเฉพาะรถหรูซุปเปอร์คาร์ เพราะจะมีเอกลักษณ์พิเศษ ซึ่งมีหลายประเทศใช้ เช่น สหรัฐฯ

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เป้าหมายในการหาเงินเข้ากองทุน กปถ.เพิ่ม เพื่อนำไปใช้การเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ของประชาชน และส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ ในโครงการติดเครื่องฟอกอากาศเคลื่อนที่ บนหลังคารถโดยสารประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วย โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณ

@ทดลองติดเครื่องฟอกอากาศบนหลังคารถ ขสมก. ผลน่าพอใจ

ซึ่ง จากรายงานผลการทดลอง พบว่า มีต้นทุนสำหรับติดตั้งเครื่องฟอกอากาศบนรถ ขสมก.ทั้ง 3,000 คัน อยู่ที่ 2,000 บาทต่อคัน หรือประมาณ 6 ล้านบาท ส่วนไส้กรองอากาศ ต้นทุนประมาณ 500 บาท ซึ่ง 1 เครื่องจะใช้ไส้กรอง 2 ตัว มีอายุการใช้งาน ประมาณ 400 ชม. (2 สัปดาห์) เท่ากับมีต้นทุนในการเปลี่ยนไส้กรองอีกเดือนละประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับการดูแลสุขภาพประชาชน

โดย ผลการทดลองติดเครื่องฟอกอากาศเคลื่อนที่ บนหลังคารถโดยสารประจำทาง ของ ขสมก. ว่า มีผลเป็นที่น่าพอใจ ใกล้เคียงกับสมมุติฐานที่ตั้งไว้ โดยจากการติดตั้งกล่องกรองฝุ่น PM2.5 ขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร การทดลองความเร็วรถเฉลี่ยที่ 20 กม./ชม. โดยจากเครื่องวัด ฝุ่น PM2.5 พบว่า ก่อนเข้าเครื่องค่า ฝุ่น ที่ 45-48 ไมครอน ซึ่งมี PM2.5 หลังผ่านเครื่องกรอง อากาศที่ออกมามีค่าที่1-2 ไมครอน เท่านั้น

และสามารถกรองอากาศได้ชั่วโมงละ 20,000 ลูกบาศก์เมตร หรือ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อชม. (รถ ขสมก.3,000 คัน) ซึ่งมากกว่าทาวเวอร์ฟอกอากาศที่เมืองซีอาน ประเทศจีน ที่สามารถฟอกอากาศ ได้ ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร และการติดบน รถขสมก. เป็นการเคลื่อนที่ของเครื่องฟอกอากาศอีกด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ในช่วงทดสอบที่จะต้องปรับให้มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน เช่น ตำแหน่งที่ติดตั้งแล้วเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น อาจจะเป็นหน้ากันชนรถ โดยจะเร่งรายงานต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...