xs
xsm
sm
md
lg

เพอร์เฟคฯ เล็งขายสินทรัพย์หมื่นล้านลดหนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ทีมผู้บริหาร
เพอร์เฟคฯ เล็งขายสินทรัพย์มูลค่า 10,000 ล้านบาท ลดหนี้ คาดภายในปี 63 D/E ลดเหลือ 1.2-1.5 ขณะที่ต้นทุนการเงินลด 1% เผยปี 63 เปิดบ้านแนวราบ 12 โครงการ มูลค่า 18,560 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 21,000 ล้านบาท ปี 62 ทำกำไรได้สูงสุดในรอบ 16 ปี 1,156 ล้านบาท



นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่า ปี 63 เป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องทั้งจากปัญหางบประมาณล่าช้ากว่า 5 เดือน ทำให้เม็ดเงินอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจล่าช้า ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบการส่งออก วิกฤตไวรัสโคโรนากระทบการท่องเที่ยวอย่างมาก แต่เชื่อว่าจีนจะสามารถควบคุมโรคได้ภายในเดือนเมษายนนี้ และคาดว่าตลาดจะเริ่มกลับมาคึกคักได้หลังกำลังซื้ออั้นมานาน

อย่างไรก็ตาม การลงทุนของบริษัทยังคงมีความระมัดระวัง โดยในปีนี้จะไม่ลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ แต่จะเร่งระบายสต๊อกคอนโดฯ สร้างเสร็จ จำนวน 6,800 ล้านบาท โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถระบายสต๊อกออกไปได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท ด้วยการใช้โปรโมชันในการดึงดูดใจลูกค้า แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทที่ดำเนินการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาคือ การลดหนี้ที่มีอยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สถาบันการเงิน และหุ้นกู้ ด้วยการขายสินทรัพย์ โดยในปีที่ผ่านมา สามารถขายไปได้ 3,062 ล้านบาท ทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 16 ปี จำนวน 1,156 ล้านบาท ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าขายสินทรัพย์มูลค่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้แก่ หุ้นของโรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน ที่ถือโดยบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ตั้งเป้าขาย จำนวน 40% ของหุ้นทั้งหมด มูลค่า 2,500 ล้านบาท ขายคอนโดฯ ยู คิโรโระ ประเทศญี่ปุ่น 1,500 ล้านบาท ขายที่ดินย่านรัชดา มูลค่า 2,500 ล้านบาท ขายที่ดินย่านรามอินทรา มูลค่า 2,500 ล้านบาท ยูนิลอฟท์ เชียงใหม่ มูลค่า 500 ล้านบาท โรงเรียนนานาชาติ มูลค่า 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถดำเนินการขายสินทรัพย์ดังกล่าวได้ภายในปี 63 ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยลงไปได้ประมาณ 1% และหากขายสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมายจะสามารถลด D/E ลงมาอยู่ที่ 1.2 อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าภายในสิ้นปี 63 จะลด D/E ประมาณ 1.5

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้กลุ่มบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำนวน 18,000 ล้านบาท และแกรนด์ แอสเสทฯ 3,000 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของกลุ่มบริษัทยังคงมีอัตราเติบโต โดยประมาณการรายได้รวม 22,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน



โครงการเลค เลเจ้นด์
ร่วมทุนพันธมิตรต่างชาติ 26,000 ล้านบาท
นายชายนิด กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งมีแผนร่วมมือกันพัฒนาโครงการในระยะยาว กับฮ่องกงแลนด์ มีความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ “เลค เลเจ้นด์” บ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ เปิดตัวในปีนี้ 2 โครงการ มูลค่ารวม 13,500 ล้านบาท ความร่วมมือกับซูมิโตโม ฟอเรสทรี นอกเหนือจากคอนโดมิเนียม ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาทแล้ว ในปีนี้ยังจะร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวในทำเลราชพฤกษ์ตัดใหม่ 2 โครงการ มูลค่า 3,900 ล้านบาท

โครงการเลค บางนา
ในส่วนการร่วมทุนกับเซกิซุย เคมิคอล ปีที่ผ่านมา มีการร่วมมือกันใน 4 ทำเล ปีนี้จะขยายเพิ่มอีก 1 ทำเล คิดเป็นมูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมการร่วมทุนของกลุ่มบริษัทขณะนี้มีมูลค่าทั้งสิ้น 26,500 ล้านบาท เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มบริษัท

ในปีที่ผ่านมา บริษัทยังประสบความสำเร็จจากโครงการ “ยู คิโรโระ” คอนโดมิเนียมในประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีรายได้เข้ามา 1,700 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 2,600 ล้านบาท หรือ 70% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีต่อเนื่อง สามารถโอนกรรมสิทธิ์ปิดโครงการได้ภายในปีนี้

โครงการยู คิโรโระ
เปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่า 18,560 ล้าน
นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ และ น.ส.ศิริรัตน์ วงศ์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการเงิน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแผนลงทุนในปี 63 ตั้งเป้าลงทุนเปิด 12 โครงการ มูลค่า 18,560 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 10 โครงการ มูลค่า 17,110 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ มูลค่า 1,450 ล้านบาท โดยโครงการเปิดตัวใหม่จะเป็นแนวราบทั้งหมด ซึ่งเป็นตลาดที่ยังเติบโตได้ โดยบริษัทไม่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ เนื่องจากปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมชะลอตัว ทำให้ยังมีซัปพลายเหลืออยู่ในตลาดจำนวนมาก วางเป้ายอดขายไว้ที่ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 10,000 ล้านบาท โครงการร่วมทุน 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมในประเทศ 4,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมประเทศญี่ปุ่น 2,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ทำเลหลักในการลงทุนของเพอร์เฟคฯ เน้นลงทุนโครงการขนาดใหญ่จำนวนนับพันไร่ กระจายในทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ ได้แก่ โซนสุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ จากโครงการแรกเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบันมี 10 กว่าโครงการ โซนรัตนาธิเบศร์ มีแลนด์แบงก์ 1,000 กว่าไร่ และกรุงเทพ-กรีฑาตัดใหม่ ซึ่งปัจจุบันความเจริญของเมืองขยายเข้าไปถึงจนทำให้ที่ดินของบริษัทมีศักยภาพมาก กลายเป็นที่ดินในเมือง

ระยอง วิลล่า
แกรนด์ แอสเสท ลุยเปิดวิลล่าหรู จ.ระยอง
นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ วางเป้าขายไว้ 3,000 ล้านบาท มาจากโครงการพูลวิลล่า จังหวัดระยอง จำนวน 500 ล้านบาท และมาจากโครงการคอนโดมิเนียม 2,500 ล้านบาท มาจากโครงการไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ จำนวน 1,800 ล้านบาท และโครงการไฮด์ สุขุมวิท 13 จำนวน 700 ล้านบาท

สำหรับโครงการพูลวิลล่าคอนโดมิเนียม คาดว่าจะเปิดขายได้ภายในไตรมาส 2/63 บนที่ดิน 36 ไร่ (จากพื้นที่โครงการทั้งหมด 100 ไร่) จำนวน 103 ยูนิต มูลค่า 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น 1 ห้องนอน 84 ยูนิต ทั้งโครงการมีราคาขาย 8-100 ล้านบาท หรือราคา 220,000 บาท/ตารางเมตร ขายในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ครบและมีเชนโรงแรมเป็นผู้บริหารโครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ 500 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ที่เหลือเตรียมพัฒนาโครงการโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ และคอนโดมิเนียม กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นตลาดทั้งในและต่างประเทศ รองรับการเติบโตของระยองที่จะเกิดขึ้น ทั้งจากเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ด้านธุรกิจโรงแรม ปีที่ผ่านมาได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทำให้รายได้โรงแรมเติบโตจากการท่องเที่ยวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ปีที่ผ่านมา ยังเปิดดำเนินการโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท เต็มปี ทำให้รายได้ในปี 2562 เติบโตถึง 47.7%

ในขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ สถานการณ์ไวรัสระบาดมีผลกระทบอย่างมากกับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะโรงแรมที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นชาวจีนและธุรกิจไมซ์ บวกกับปีนี้บริษัทมีแผนปรับปรุงโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ส่งผลให้ประมาณการรายได้ปีนี้ลดลง คาดว่าธุรกิจโรงแรมภายในประเทศปีนี้จะมีรายได้รวม 2,000 ล้านบาท หรือลดลง 22.1% เมื่อเทียบกับปี 2562
กำลังโหลดความคิดเห็น...