ด้วยจำนวนประชากรที่ลดลงต่อเนื่องมากว่า 10 ปี เช่นเดียวกับอัตราเกิดที่เข็นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้สูงวัยกลับขยายตัวอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานตามมา ทั้งภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่นจึงคิดอ่านปรับใช้ AI และเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกหลายอย่างเป็นแม่สื่อแม่ชักพาคนโสดพบรักและสร้างครอบครัวผลิตทายาท
อุปกรณ์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้เพื่อให้คนเราสามารถเห็นภาพว่าที่คนรักและทุกอย่างเกี่ยวกับคนๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก สูบบุหรี่หรือไม่ เคยแต่งงานมาแล้วหรือเปล่า ฯลฯ
เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา Zwei บริษัทจัดหาคู่ของญี่ปุ่นจัดปาร์ตี้คงคัตสึ (หาคู่) โดยขอให้สมาชิกสวมสายรัดข้อมือ และเมื่อสมาชิกจับมือกัน โปรไฟล์ของแต่ละฝ่ายจะไปปรากฏบนแท็บเล็ตของกันและกันเพื่อให้ทั้งคู่มีเรื่องชวนคุยง่ายขึ้น
Zwei นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเรียกว่า “การสื่อสารภายใน” ซึ่งจะเริ่มต้นหรือหยุดลงด้วยการสัมผัสระหว่างคนสองคน
ผู้เข้าร่วมปาร์ตี้หาคู่ได้รับการสนับสนุนให้ถามคำถามเชิงลึกมากขึ้น โดย Zwei ช่วยป้อนคำถามส่งให้บนหน้าจอ เช่น “คุณจะทำอะไรถ้ามีเงิน 1 ล้านเยน” และ “คุณชอบชีวิตแต่งงานที่ทั้งสองฝ่ายทำงานมีรายได้ด้วยกันทั้งคู่ไหม”
ชายวัย 47 ปีจากจังหวัดคานากาวะ บอกว่า มีคำถามหลายอย่างที่ผู้ชายมักลังเลที่จะถามผู้หญิงที่เพิ่งพบครั้งแรก แต่ปาร์ตี้ของ Zwei ทำให้เขามีโอกาสได้รับรู้ว่า ผู้หญิงตรงหน้าให้ความสำคัญกับเงินและจริยธรรมในการทำงานมากน้อยแค่ไหน
Zwei เผยว่า การใช้เทคโนโลยีช่วยปรับปรุงอัตราความสำเร็จในการจับคู่ได้ถึง 10-20%
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเสริมว่า บริษัทจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จในการพูดคุยเพื่อนำไปปรับปรุงอัตราความสำเร็จในการแต่งงาน โดยบริษัทหวังว่า จะสร้างระบบที่สามารถจดจำเนื้อคู่ที่เป็นที่หมายปองของลูกค้าได้ในอนาคต
นอกจากบริษัทหาคู่เอกชนแล้ว เดือนนี้รัฐบาลของจังหวัดอาคิตะทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Akita bijin หรือ “อาคิตะ เมืองแห่งสาวสวย” ยังริเริ่มให้บริการจับคู่ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้ประชาชนพบรักแท้และชวนกันสร้างครอบครัว เนื่องจากอาคิตะถือเป็นจังหวัดที่มีสถิติการแต่งงานต่ำที่สุดใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น
บริการใหม่นี้จะใช้ระบบ AI ที่พัฒนาโดยพาร์ตเนอร์ เอเจนต์ ผู้ให้บริการสนับสนุนปาร์ตี้หาคู่ เพื่อช่วยหาคู่ให้แก่สมาชิกที่ลงทะเบียน ซึ่งต้องตอบคำถามกว่า 100 ข้อ เพื่อให้ระบบนำคำตอบไปวิเคราะห์และแนะนำคู่เดตโดยอิงกับข้อมูลที่เก็บรวบรวมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตและตัวแปรอื่นๆ ที่อาจบ่งชี้คู่เดตที่เหมาะสมที่สุด
ก่อนหน้านี้ผู้ลงทะเบียนที่ใช้บริการหาคู่ของรัฐบาลอากิตะต้องผ่านกระบวนการที่เสียเวลาค่อนข้างมาก เพราะต้องเดินทางไปยังศูนย์หาคู่ 1 ใน 3 แห่งของรัฐบาล และรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะจัดการนัดหมายให้ได้พบว่าที่คู่เดต
แต่ระบบใหม่จะตัดขั้นตอนยุ่งยากเหล่านั้นและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทะเบียนจัดการขั้นตอนต่างๆ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
รัฐบาลของจังหวัดฟูกูชิมะและไซตามะใช้ระบบคล้ายกันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงช่วยปรับปรุงกิจกรรมการหาคู่สำหรับประชาชน แต่ยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของจังหวัดอากิตะตั้งข้อสังเกตว่า หนุ่มสาวบางคนยังลังเลที่จะไปศูนย์หาคู่ รัฐบาลจึงหวังว่า ด้วยความช่วยเหลือของระบบ AI อาจทำให้หนุ่มสาวเหล่านั้นเปลี่ยนใจและได้พบคนที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมด้วยในที่สุด
สาเหตุที่หน่วยงานรัฐบาลของญี่ปุ่นกุลีกุจอช่วยประชาชนหาคู่เป็นเพราะจำนวนประชากรลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2007 เช่นเดียวกับอัตราเกิดที่เข็นไม่ขึ้นไม่ว่ารัฐบาลจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ขณะที่ประชากรสูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก
นอกจากนั้นปี 2019 ยังเป็นปีที่ญี่ปุ่นมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เกือบ 1.4 ล้านคน
เดือนธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นแถลงว่า จำนวนทารกที่เกิดในปี 2019 ลดลงราว 5.9% อยู่ที่ 864,000 คน สาเหตุมาจากการที่ประชากรกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ลดจำนวนลง รวมถึงการที่คนรุ่นใหม่เลือกครองตัวเป็นโสดมากกว่าแต่งงาน โดยคนส่วนใหญ่ในกลุ่มวัย 18-34 ปีไม่มีแม้กระทั่งแฟน และปัญหาที่ตามมาจากปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดคือการขาดแคลนแรงงาน
เว็บไซต์ NicoNico News ของญี่ปุ่นได้ทำการสำรวจความคิดเห็นคนโสดและพบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้คนเหล่านั้นเลือกใช้ชีวิตตามลำพังจำแนกได้เป็น 4 ข้อหลักๆ ข้อแรกคือ การมีครอบครัวและการเป็นแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านด้วยเป็นความรับผิดชอบที่หนักหนาเกินไป เพราะแม้ทัศนคติหลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว แต่ผู้หญิงญี่ปุ่นยังคงถูกคาดหวังให้ดูแลบ้านไม่ว่าจะทำงานเต็มเวลาหรือไม่ก็ตาม ความเชื่อนี้แพร่หลายถึงขนาดที่สามีมากมายเลือกเถลไถลหลังเลิกงานถ้าถูกภรรยาขอร้องให้กลับไปช่วยงานบ้าน
สาเหตุข้อสองคือ การเริ่มต้นชีวิตคู่มีต้นทุนสูงมาก ตั้งแต่แหวนหมั้น งานแต่งงาน ทริปฮันนีมูน และบ้านหลังใหม่
ข้อที่สาม ไม่อยากมีลูก เพราะสำหรับหลายคน การแต่งงานหมายถึงการมีลูก และเท่ากับว่า คนที่ไม่อยากมีลูกควรเลิกคิดเรื่องการแต่งงานไปเลย
การมีลูกหมายถึงความรับผิดชอบและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แม้หลายคนอยากมีลูกเพราะหวังฝากผีฝากไข้ในบั้นปลายชีวิต แต่บางคนแย้งว่า ถ้าลูกไม่คิดแบบนั้นและเห็นพ่อแม่เป็นภาระย่อมหมายถึงความผิดหวังชอกช้ำใจ ที่สำคัญการหาบ้านพักคนชราหรือจ้างคนดูแลยามแก่เฒ่ายังมีต้นทุนน้อยกว่าการเลี้ยงลูกจนเติบโตดูแลตัวเองได้
และสาเหตุสุดท้ายคือ ไม่มีแรงจูงใจหรือเหตุผลในการแต่งงาน