สงครามโคล่าระดมทัพครั้งใหม่ เป๊ปซี่ประกาศวางจำหน่าย “เป๊ปซี่ คาเฟ่” ที่เพิ่มปริมาณคาเฟอีนเกือบสองเท่าทั่วอเมริกาตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้าภายในระยะเวลาจำกัด สู้กับโค้กเวอร์ชันคาเฟอีน และรับมือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ท็อดด์ แคปแลน รองประธานฝ่ายการตลาดของเป๊ปซี่ แถลงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า เป๊บซี่ คาเฟ่ที่บรรจุกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ จะเริ่มวางจำหน่ายในอเมริกาเดือนเมษายน 2020 โดยมีสองรสชาติให้เลือกคือ ออริจินัลและวานิลลา และมีส่วนผสมของคาเฟอีนมากกว่าเป๊ปซี่ปกติเกือบสองเท่า
การกลับสู่ตลาดโคล่าผสมกาแฟอีกครั้งของเป๊ปซี่เกิดขึ้นขณะที่การบริโภคน้ำอัดลมในอเมริกาลดลงต่อเนื่องทุกปี แต่เป๊ปซี่และโค้กยังเดิมพันว่า ผู้บริโภคจะยังคงชอบเครื่องดื่มที่มีความซาบซ่าของน้ำอัดลมผสมรสชาติของกาแฟ โดยทางฝ่ายโคคา-โคล่า (โค้ก) มี “โค้ก พลัส คอฟฟี่” แต่ขายเฉพาะในต่างประเทศ และยังไม่มีแผนเปิดตัวในสหรัฐฯ
สองยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำดำของอเมริกาเคยชิมลางตลาดโคล่ากาแฟมาแล้ว โดยเป๊ปซี่เปิดตัว “เป๊ปซี่ โคน่า” ในปี 1996 แต่อยู่ได้แค่ช่วงสั้นๆ 8 ปีต่อมา เป๊ปซี่พยายามอีกครั้งด้วย “Pepsiccino” ที่รสชาติคล้ายคาปูชิโนมากขึ้น และทั้งสองสูตรนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดรสชาติใหม่ของเป๊ปซี่ คาเฟ่ที่บริษัทใช้เวลาพัฒนากว่าปีครึ่ง
ส่วนความพยายามครั้งแรกของโค้กในตลาดนี้คือ Coca-Cola Blak ในปี 2006 และยุติการผลิตในอีกสองปีถัดมา ปี 2017 โค้กเปิดตัว “โคคา-โคล่า พลัส คอฟฟี่” ในออสเตรเลีย และในเอเชียในปี 2018 หลังปรับสูตรและเพิ่มรสชาติให้เลือกมากขึ้น
เป๊ปซี่ คาเฟ่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งในการดึงดูดลูกค้าเพิ่มผ่านการแตกสายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการเข้าซื้อกิจการ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่บริษัทเตรียมเปิดตัวเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเป๊ปซี่ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่เครื่องดื่มให้พลังงาน “เกเตอเรด” “ไดเอ็ต เป๊ปซี่” และอีกมากมาย กำลังเผชิญความกดดันด้านยอดขายจากการที่ผู้บริโภคลดการดื่มน้ำอัดลมอุดมน้ำตาล และการที่คู่แข่งส่งตัวเลือกใหม่บุกตลาด
ขณะเดียวกัน โคคา-โคล่า คู่แข่งตัวกลั่น กำลังบุกหนักตลาดกาแฟบรรจุกระป๋อง หลังจากทุ่มทุน 5,100 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อ “คอสตา” เชนร้านกาแฟดังของอังกฤษ
ทั้งนี้ ขณะที่ยอดขายโคล่าตกลงทุกปี เครื่องดื่มประเภทอื่นๆ กลับดีวันดีคืน ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจ Functional Beverage (เครื่องดื่มที่ปราศจากแอลกอฮอล์แต่เติมสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย) มากขึ้น ส่วนกาแฟเย็นพร้อมดื่มก็ขายดีขึ้นเช่นกัน
นอกจากนั้น ผู้บริโภคยังเปิดใจยอมรับเครื่องดื่มไฮบริดมากขึ้น เช่น Spiked Seltzer หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กลั่นจากมอลต์ผสมโซดาแต่งรส ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมาแรงและคาดว่า จะทำยอดขายได้ถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้