xs
xsm
sm
md
lg

เลิกง้อเด็กเสิร์ฟ! ร้านอาหารจีนหันพึ่ง“หุ่นยนต์บริกร”

เผยแพร่:

หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารในร้านแห่งหนึ่งที่เมืองคุนซาน มณฑลเจียงซู
ปัญหาขาดแคลนแรงงานเนื่องจากหนุ่มสาวจีนยุคใหม่เกี่ยงงอนงานบริกร ทำให้บรรดาเจ้าของร้านอาหารหวังพึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องจักร และ AI เป็นทางออก หนึ่งในนั้นคือหุ่นยนต์บริกรจาก Shenzhen Pudu Technology ที่พร้อมให้บริการชิลล์ๆ วันละ 300-400 ออร์เดอร์ แถมเฉลี่ยแล้วต้นทุนยังถูกกว่าค่าแรงคนหลายเท่า

สองปีที่แล้ว เป่า เซียงอี ตัดสินใจเลิกเรียนและไปสมัครทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง หนุ่มน้อยวัย 19 ปีจำประสบการณ์นั้นได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“งานในร้านอาหารจีนบางแห่งยุ่งมาก บางวันฟังก์ชันวัดความฟิตในวีแชตของผมทะลุ 20,000 ก้าว”

ฟังก์ชันติดตามความฟิตในวีแชตจะนับจำนวนก้าวของผู้ใช้ ซึ่งจำนวน 20,000 ก้าวเทียบได้กับการทำกิจกรรมกลางแจ้งตลอดทั้งวัน

เป่าที่ตอนนี้ลาออกจากงานในร้านอาหารและกลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เล่าต่อว่า รับไม่ได้อีกต่อไปที่จะต้องทำงานแบบเดิมๆ ทุกวัน เพราะไม่อยากเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟไปตลอดชีวิต

โอลิเวีย หนิว สาวฮ่องกงวัย 23 ปี ทนทำงานในร้านอาหารได้แค่วันเดียว เธอบอกว่า ช่วงพีคยุ่งมากถึงมากที่สุด และแม้ตัวเองหิวไส้จะขาด แต่ก็ต้องทนแพ็คอาหารส่งลูกค้าก่อน

แม้งานบริกรไม่ใช่อาชีพในฝัน แต่เป็นงานที่หาง่ายมากในจีน หยาง ซุนหยาน บริกรของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเหวินโจว บอกว่า ที่เลือกทำงานนี้เพราะจำเป็นต้องหาเลี้ยงปากท้องตัวเองและลูกอีก 2 คน

จากรายงานของเทนเซ็นต์ คิวคิว และไชน่า ยูธ เดลี่ที่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ในบรรดาประชากรจีนที่เกิดหลังปี 2000 มี 24.5% ที่อยากทำงานเกี่ยวกับวรรณกรรมและศิลปะ อันดับ 2 และ 3 คือการศึกษาและไอที

ช่วงหลายปีมานี้ความได้เปรียบด้านแรงงานของจีนยังลดลง ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประชากรวัยทำงานซึ่งหมายถึงคนที่มีอายุระหว่าง 16-59 ปี ลดลงถึง 40 ล้านคนนับจากปี 2012 อยู่ที่ 897 ล้านคน หรือ 64% ของประชากรทั้งหมดในปี 2018

ดังนั้น หุ่นยนต์จึงน่าจะเป็นทางออกที่โดนใจมากสำหรับร้านอาหารที่ต้องการพนักงานเสิร์ฟที่มีทั้งความสามารถและอดทนพร้อมรับความเครียดจากลูกค้าร้อยพ่อพันแม่ที่ต้องเจอในทุกๆ วัน

Shenzhen Pudu Technology สตาร์ทอัพเมืองเซินเจิ้นที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่นำเสนอหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารให้เจ้าของร้านอาหารนับพันแห่งที่ต้องการแก้ปัญหาคนงานขาดแคลนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องจักร ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสั่งอาหารออนไลน์ โดยขณะนี้หุ่นยนต์ของ Pudu ให้บริการทั้งในจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเยอรมนี

วิธีใช้งานง่ายดายเพียงวางอาหารบนหุ่นยนต์และกดหมายเลขโต๊ะที่ต้องการให้นำไปเสิร์ฟ แต่ละวันหุ่นยนต์ของ Pudu สามารถเสิร์ฟอาหารได้ 300-400 ออร์เดอร์ เทียบกับพนักงานเสิร์ฟที่ทำได้แค่ 200 ออร์เดอร์

จาง​ เต๋า ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Pudu บอกว่า ร้านอาหารเกือบทุกแห่งในจีนล้วนมีปัญหาในการจ้างพนักงานเสิร์ฟ เนื่องจากตลาดอาหารจีนมีขนาดใหญ่มากและมีดีมานด์สูง

ข้อดีของหุ่นยนต์ของ Pudu ยังรวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 10 ปี และต้นทุน 40,000-50,000 หยวน (5,650-7,080 ดอลลาร์) ต่ำกว่าเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของพนักงานร้านอาหารและโรงแรมในมณฑลกวางตุ้งที่อยู่ที่ประมาณ 60,000 หยวน (8,496 ดอลลาร์) ทั้งนี้ จากข้อมูลของเซาธ์ ไชน่า มาร์เก็ต ออฟ ฮิวแมน รีซอร์สและองค์กรอีกหลายแห่ง

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านอาหารมากมายต่างต้องการใช้หุ่นยนต์บริกร

จากข้อมูลของบริษัทวิจัย เวอริฟายด์ มาร์เก็ต รีเสิร์ช ตลาดบริการด้วยหุ่นยนต์ทั่วโลกปีที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 11,620 ล้านดอลลาร์ และคาดว่า จะเพิ่มเป็น 35,670 ล้านดอลลาร์ในปี 2026

ไหตี่เลา เชนหม้อไฟชื่อดังที่เข้ามาเปิดสาขาในไทยเป็นที่เรียบร้อย ไม่ได้ใช้แค่หุ่นยนต์บริกรเท่านั้น แต่ยังเปิดตัวภัตตาคารอัจฉริยะเมื่อปีที่แล้วที่ปักกิ่ง โดยใช้หุ่นยนต์และแขนกลเตรียมวัตถุดิบในครัวอัตโนมัติและมีห้องเย็นที่รักษาอุณหภูมิที่ 0-4 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ภายในครัวยังมีจอมอนิเตอร์หลายจอติดตั้งบนผนังแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ปริมาณวัตถุดิบแต่ละชนิดที่เหลือไปจนถึงวันหมดอายุ

นอกจากนั้นที่เซินเจิ้น ซึ่งเป็นฮับเทคโนโลยีของจีน ร้านอาหารส่วนใหญ่ยังรับชำระเงินผ่านแอปบนมือถือ รวมทั้งมีบริการสั่งอาหารออนไลน์

นอกจาก Pudu จีนยังมีบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์อีกหลายแห่ง เช่น เซียะซัน โรบ็อต แอนด์ ออโตเมชัน ซึ่งเป็นบริษัทไฮเทคของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น เซียะซันเปิดตัวหุ่นยนต์สำหรับธุรกิจอาหารในแดนมังกรตั้งแต่ปี 2017 และคีนอน โรโบติกส์ในเซี่ยงไฮ้ ที่ก่อตั้งในปี 2010 และพัฒนาหุ่นยนต์ส่งอาหารที่ให้บริการในจีน และยังส่งออกไปอเมริกา อิตาลี และสเปนด้วย

สำหรับ Pudu นั้นคาดว่า จะทำกำไรได้ในปีนี้ และกำลังหารือกับบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลเพื่อระดมทุนรอบใหม่ซึ่งจะมีการประกาศต้นเดือนหน้า โดยปีที่ผ่านมาบริษัทระดมทุนได้ 50 ล้านหยวน (7 ล้านดอลลาร์)

อย่างไรก็ดี บางครั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มาพร้อมปัญหาใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ในกรณีนี้คือ บริการที่แห้งแล้งขาดรอยยิ้ม

หว่อง คัม-ไฟ ศาสตราจารย์วิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยจีนในฮ่องกง บอกว่า ลูกค้าที่เข้าไปในร้านอาหารไม่ได้แค่ต้องการกินอาหาร ดังนั้น จะเป็นการดีมากหากในอนาคตผู้ผลิตสามารถเพิ่มฟังก์ชันการแสดงอารมณ์ให้หุ่นยนต์

บริษัทเทคโนโลยียังเผชิญปัญหาเชิงปฏิบัติการบางอย่าง เช่น แผนผังที่ไม่ปกติในร้านอาหารบางแห่ง จางยกตัวอย่างว่า ทางเดินบางร้านทั้งแคบและซิกแซก นอกจากนั้นบางสถานที่ก็ไม่เหมาะที่จะใช้หุ่นยนต์บริกร เช่น โรงแรมบางแห่งที่ส่วนห้องอาหารกับครัวอยู่คนละชั้นกัน เป็นต้น

การปรับปรุงและพัฒนาต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาคือโจทย์สำหรับผู้พัฒนาหุ่นยนต์เพื่อตอบรับยุคสมัยที่คนเลือกได้มากขึ้นว่า อยากทำหรือไม่อยากทำอะไร อย่างที่เป่าทิ้งท้ายไว้ว่า “ทำไมเราต้องไปแย่งงานหุ่นยนต์ สู้เอาเวลาไปทำสิ่งที่หุ่นยนต์ยังทำไม่ได้ไม่ดีกว่าหรือ”
กำลังโหลดความคิดเห็น