xs
xsm
sm
md
lg

มหกรรมบ้านและคอนโด โอกาสของคนซื้อ-ขายบ้านในยุคเศรษฐกิจฝืด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

บรรยากาศภายในงาน
จบลงไปแล้วสำหรับงานใหญ่แห่งปีของคนอสังหาริมทรัพย์ งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน 62 ณ สยามพารากอน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Amazing Deals” สุดยอดข้อเสนอสำหรับคนอยากมีบ้าน

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัจจัยลบรุมเร้า อีกทั้งงานยังเปลี่ยนมาจัดที่สยามพารากอนเป็นครั้งแรก จากเดิมจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะตั้งเป้าหมายภายในงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อมาออกงานในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ผู้ประกอบการยอมจัดหนักอัดโปรโมชันแรง เพื่อสร้างยอดขายให้ได้จนเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์งาน “Amazing Deals”

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 กล่าวว่า งานมหกรรมบ้านและคอนโดในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการจัดงานในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว อีกทั้งเปลี่ยนสถานที่จัดงานใหม่ ซึ่งคนที่มาซื้อบ้านภายในงานนี้ จึงเป็นกลุ่มที่มีความต้องการบ้านจริงๆ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังทำการบ้านมาอย่างดี เลือกบ้าน ทำเล มาแล้ว การมาซื้อในงานเพื่อให้ได้โปรโมชันที่ดีกว่า เหมือนคนไปซื้อรถในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้การตัดสินใจซื้อบ้านเร็วขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผลจากการจัดงาน 4 วัน พบว่า มีคนเข้าชมงานกว่า 70,000 ราย และมียอดขายภายในงานกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการจัดงานเมื่อครั้งที่ 40 ที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดยังมีความต้องการซื้อบ้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานของ 3 สมาคมฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างบรรยากาศการซื้อขายให้มีความคึกคัก
ชูรัชฎ์ ชาครกุล
โอกาสทองของผู้ซื้อบ้าน
ปีนี้นับเป็นโอกาสของคนซื้อบ้าน เพราะผู้ประกอบการอสังหาฯ ต่างต้องการระบายสต๊อกที่มีอยู่ออกไป รวมถึงเพื่อปรับสต๊อกบ้านให้เหมาะสมต่อการขายในปัจจุบัน เช่น จากเดิมที่เคยสต๊อกบ้านไว้สำหรับการขายระยะเวลา 8 เดือน ก็จะเหลือแค่ 3 เดือน ทำให้ในตลาดตอนนี้จึงมีแต่การลด แลก แจก แถม ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ตลาดในขณะนี้จึงเป็นของผู้ซื้ออย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทิศทางของดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ และมีโอกาสจะลดลงไปได้อีก ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ซื้อบ้านทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง ซึ่งทุกการลดลงของดอกเบี้ย 1% จะทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น 7% หรือยอดผ่อนบ้านจะลดลงไปประมาณ 7-8% รวมถึงทำให้ผู้กู้ได้วงเงินกู้สูงขึ้นอีกด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันธนาคารจะเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่ทุกธนาคารมีเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้น หากคุณสมบัติของผู้ขอกู้ถึงตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดก็ยังสามารถขอกู้ซื้อบ้านได้เช่นเดิม ดังนั้น หากต้องการกู้ซื้อบ้านควรมีการเตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้าทั้งการเดินบัญชี และเงินออมเพื่อดาวน์บ้าน
วสันต์ เคียงสิริ
นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่รัฐบาลเตรียมเรียกภาคธุรกิจอสังหาฯ เข้าร่วมหารือถือเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่ารัฐบาลจะมีตัวเลขอสังหาฯ ในมือ แต่การได้พูดคุยกับผู้ที่ดำเนินธุรกิจจริงย่อมรับรู้ข้อมูลให้ลึกถึงปัญหาจริงๆ ซึ่งการเข้าพบในครั้งนี้อาจจะไม่ขอให้ออกมาตรการด้านภาษีมาช่วย เพราะปัญหาและอุปสรรคที่แท้จริงในปัจจุบันคือการที่ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อหรือเข้มงวดจนทำให้ยอดรีเจกต์พุ่งสูงขึ้นมาก เมื่อขายสินค้าไม่ได้ก็ไม่เกิดการลงทุนใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้าง การสั่งซื้อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาฯ ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

“แม้ว่ารัฐบาลจะช่วยออกมาตรการภาษีอสังหาฯ ออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ก็เชื่อว่าไม่ได้ช่วยมากนักหากธนาคารไม่ปล่อยกู้ทุกอย่างก็จบ ซึ่งอยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันการปล่อยสินเชื่ออสังหาฯผ่าน 3 ธนาคารของรัฐ เพื่อนำร่องให้ธนาคารพาณิชย์อื่นเดินตาม” นายวสันต์ กล่าว

ส่วนงานมหกรรมครั้งที่ 41 ถือเป็นงานใหญ่สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯ และเป็นโอกาสดีที่จะนำสินค้าของตนเองออกมาทำโปรโมชันเพื่อระบายสต๊อกที่มีอยู่ในมือ โดยการแชร์ค่าการตลาด ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าการไปจัดงานเอง ซึ่งจากบรรยากาศของผู้เข้าชมงานและยอดขายถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ได้เอื้ออำนวย โดยบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 50 ล้านบาท หรือประมาณ 7-8 ยูนิต ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาจัดงานบริษัทไม่ได้ตั้งเป้ายอดขาย การที่สามารถสร้างยอดขายในระดับดังกล่าวถือว่าดี

เมื่อยอดขายไม่ได้มีมากเช่นในอดีตจะทำให้ผู้ประกอบการปรับสมดุลสต๊อกบ้านของตนเองใหม่เพื่อให้เหมาะสมต่อการขาย ซึ่งในส่วนของธารารมณ์ ปรับจากเดิมสร้างครั้งละ 30-40 หลังเพื่อรอขาย ได้ปรับมาสร้าง 10-15 หลัง ซึ่งโครงการบ้านจัดสรรจะได้เปรียบโครงการคอนโดฯ เพราะสามารถแบ่งเฟสการพัฒนาได้ และเลือกที่จะลงทุนสต๊อกบ้านได้ตามที่ต้องการ แต่จะไม่ถึวขั้นขายกระดาษ เพราะจะทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่น ในขณะที่คอนโดฯ ต้องเลือกที่จะชะลอการพัฒนาทั้งโครงการเมื่อยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและไม่ทำให้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม การซื้อบ้านในยุคปัจจุบันผู้บริโภคถือว่าได้เปรียบสามารถต่อรองได้มาก หากมีความต้องการบ้าน มีความพร้อมก็ควรซื้อบ้านในช่วงนี้เพราะผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูง ผู้ประกอบการ ลดราคา แจก แถม โปรโมชันมากจนเกินคุ้ม แต่ก็เชื่อว่าราคาบ้านจะไม่ลดไปกว่านี้ เพราะต้นทุนที่ดินปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงค่าแรง วัสดุก่อสร้าง
อธิป พีชานนท์
ข่าวเลย์ออฟทำแบงก์เข้มงวดหนักปล่อยกู้บ้าน

นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 คาดว่าทั้งปีอาจติดลบถึง 10% หากไม่มีมาตรการหรือปัจจัยบวกออกมากระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย โดย 8 เดือนแรกตลาดติดลบไปแล้วกว่า 5% โดยเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการ LTV ที่ออกมาควบคุมการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ที่มีมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ผลพวงจากมาตรการดังกล่าวเป็นผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมติดลบอย่างมาก และในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น ป้องกันการตั้งสำรองเพิ่ม จากเดิมที่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ในปีที่แล้วมาปีนี้กู้ไม่ได้ ปัญหาความเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของธนาคารทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีสัญญาณไม่ดีจากภาคธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจค้าปลีก เริ่มเลย์ออฟพนักงาน ส่งผลให้ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังหนักขึ้นไปอีกจนปัจจุบันอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ หรือรีเจกต์ในปัจจุบันเพิ่มไปอยู่ที่ 40%

เมื่อยอดขายใหม่ไม่ได้กระเตื้องขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวด้วยการชะลอการลงทุนใหม่ หันมาให้ความสำคัญต่อการระบายสต๊อกที่มีอยู่เพื่อให้ระบายออกไปให้ได้มากที่สุด เมื่อขายไม่ได้ผู้ประกอบการจึงเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงไปกว่า 20%

ปัญหาที่เกิดขึ้นหากรัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรออกมากระตุ้นภาคธุรกิจก็เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งปีจะติดลบไม่ต่ำกว่า 10% แต่หากสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีนคลี่คลายเร็วขึ้น ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว หรือรัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยเหลือภาคธุรกิจก็เชื่อว่าตลาดอสังหาฯจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาได้

ความหวังของภาคอสังหาฯ นอกจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ยังเป็นอีกความหวังในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ออกมาในช่วงนี้ แต่หากรัฐบาลพบว่าธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัวมากก็จะทบทวนมาตรการอีกครั้ง
บรรยากาศภายในงาน
ลุ้นรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ
ล่าสุด นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 ว่า ภายในเดือนกันยายนนี้จะเชิญผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประกอบการอสังหาฯ เข้ามาหารือประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอสังหาฯ รวมไปถึงพิจารมาตรการคุมเข้มสินเชื่อ แอลทีวี ตลอดจนพิจารณาความเหมาะสมในการผ่อนปรนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัว เนื่องจากมองว่าอสังหาฯ เป็นธุรกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากนี้ จะหารือกับธนาคารของรัฐ เกี่ยวกับการปรับหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะไม่ได้เอื้อต่อภาคธุรกิจอสังหาฯ แต่ยังมีความต้องการบ้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ท่ามกลางปัจจัยลบ ซึ่งผู้ประกอบการต่างหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 41 นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการระบายสต๊อกสินค้าของตนเอง ซึ่งประเมินว่าสต๊อกบ้านที่ค้างอยู่ในตลาดปัจจุบันมีมากถึง 1 แสนยูนิต โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเหลือขายมากที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...