xs
xsm
sm
md
lg

งบ 1.7 ล้านบาท Majesty VS H1 คบใครดี

เผยแพร่:


ตลาดรถยนต์เอนกประสงค์แบบ 11 ที่นั่ง หรือภาษาราชการ จะเรียกว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (รย.2) แม้ยอดจำหน่ายต่อปีจะไม่มากมาย แต่ถือว่า ได้รับความสนใจไม่น้อยจากคนมีครอบครัวขนาดใหญ่ ที่ต้องเดินทางกันประจำ รวมถึงรถประจำตำแหน่งของผู้บริหารด้วยเช่นกัน

รถยนต์ในกลุ่มนี้แต่เดิมจะมีผู้นำตลาด คือ โฟล์คสวาเกน คาราเวลล์ และ โตโยต้า อัลพาร์ด แต่ด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงในระดับ 3-4 ล้านบาท จึงทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นมาเป็นทางเลือกในราคาย่อมเยา เช่น ฮุนได เอช1 ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยในช่วงเวลาที่ทำตลาดหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดพี่ใหญ่ อย่าง โตโยต้า ได้ขยับเปิดตัวรถใหม่ล่าสุด “มาเจสตี้” (Majesty) สร้างกระแสเรียกความสนใจจากลูกค้าได้อย่างล้นหลาม







ทั้งนี้ คำถามยอดนิยมที่สุดที่ทีมงาน เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ได้ยินเสมอ คือ “มาเจสตี้ เปรียบเทียบกับ เอช1 เป็นอย่างไรบ้าง” ดังนั้น เราจึงมาคลายปริศนานี้กันในทุกแง่มุม เพื่อเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจเลือกคบหาได้อย่างไม่พลาด








มิติตัวถัง ใครใหญ่กว่า?


เริ่มกันเรื่องของมิติตัวถังกันเป็นลำดับแรก โตโยต้า มาเจสตี้ ทั้งยาว กว้าง และสูงกว่าในทุกมิติ (ดูตารางประกอบ) ซึ่ง มาเจสตี้ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยถือว่าเป็นรถตู้เอนกประสงค์ที่มีความใหญ่ที่สุดในทุกมิติ








ส่วนความสวยงามภายนอกนั้น เราย้ำเสมอว่า เป็นเรื่องนานาจิตตังของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่คนมีความชอบไม่เหมือนกัน สำหรับเรา มองทั้งสองคันสวยงามใกล้เคียงกัน เนื่องจากมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกันตามสมัยนิยม โดยมาเจสตี้นั้น มีความสดใหม่กว่า เนื่องจากเพิ่งเปิดตัวทำตลาด




ขณะที่ ฮุนได เอช1 นั้น มีการปรับโฉมเล็กน้อยหลายครั้ง และปรับใหญ่แบบพลิกหน้าตาใหม่ไปเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากทำตลาดมานานถึง 10 ปีแล้ว ดังนั้น ในแง่ของความสดใหม่ มาเจสตี้ ได้เปรียบแบบขาดลอยในจุดนี้






ดีเซลเหมือนกัน


ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยหัวใจดีเซลเช่นเดียวกัน โดยมีพื้นฐาน เครื่องยนต์แบบดีเซล ไดเร็คอินเจ็คชัน คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ เหมือนกัน แต่จะต่างกันที่ขนาดความจุและพละกำลัง







ฮุนได เอช1 มากับเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,250 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด
ส่วนโตโยต้า มาเจสตี้ บรรจุเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับ ไฮลักซ์ รีโว่







เห็นสเปคเครื่องยนต์ที่แทบจะเหมือนกันแบบนี้ พละกำลังที่ต่างกันเพียง 12 แรงม้านั้น แทบจะไม่มีผลแตกต่างเท่าใดนัก เมื่อดูที่แรงบิดสูงสุดของ มาเจสตี้ นั้นมาในรอบที่ต่ำกว่า แสดงถึงการตอบสนองไวกว่า ประกอบกับระบบส่งกำลังที่เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ซึ่งจะถือว่าทันสมัยกว่าและช่วยในแง่ของอัตราการบริโภคน้ำมันที่ดีกว่าเกียร์แบบ 5 สปีด ดังนั้น หัวข้อนี้ถือว่าใกล้เคียงกัน มาเจสตี้ จะได้เปรียบกว่าเล็กน้อย
สำหรับอัตราการบริโภคน้ำมันนั้น ตามมาตรฐานอีโค สติกเกอร์ ยังไม่มีประกาศออกมาจึงไม่สามารถนำตัวเลขมาเปรียบเทียบให้เห็นได้










ระบบช่วงล่าง แตกต่างกันหรือไม่?


อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ระบบช่วงล่าง มาดูทาง ฮุนได เอช1 นั้น เลือกใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท และหลังแบบ 5 ลิงค์ คอยล์สปริง ส่วน โตโยต้า มาเจสตี้ เลือกใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท และหลังแบบ 4 ลิงค์ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง เรียกว่าเลือกระบบใช้งานที่เหมือนกันคงจะต่างกันเพียงรายละเอียดและคุณภาพของวัสดุในการใช้งาน









ด้านระบบเบรกทั้งสองรุ่น เลือกใช้ดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกัน ส่วนสิ่งที่แตกต่างกัน คือ ล้อและยาง ที่ฮุนได เลือกใช้ล้อ ขนาด 16 นิ้ว และยาง 215/70 R16 ส่วน มาเจสตี้ เลือกใช้ล้อขนาดใหญ่กว่า คือ 17 นิ้ว ยางขนาด 235/60 R17 หากพิจารณาตามทฤษฏีของยางและล้อฮุนได เอช1 ดูแล้วน่าจะนุ่มนวลกว่า ขณะที่โตโยต้า มาเจสตี้ มีหน้ายางใหญ่กว่า จะเด่นกว่าในเรื่องของการเกาะถนน









อย่างไรก็ตาม คงต้องรอการทดลองขับอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพราะปัจจัยสำคัญคือ ความรู้สึกในการนั่งของผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้น จะมีส่วนสำคัญในเรื่องของการตัดสินใจ ซึ่งความรู้สึกนี้ จะเกิดจากการรวมกันของทุกชิ้นส่วนของรถยนต์รวมถึงการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมตามลักษณะของการใช้งาน








ราคา 1.7 ล้านบาท+-


ราคา คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทั้งสองรุ่นถูกนำมาเปรียบเทียบกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่า โดยภาพรวมแล้ว ฮุนได จะมีรุ่นย่อยเริ่มต้นที่ราคาถูกกว่า โดยเริ่มที่ 1,329,000 บาท แต่รุ่นท็อปสุด มีราคา 1,729,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับ โตโยต้า มาเจสตี้ รุ่นเริ่มต้นที่มีราคา 1,709,000 บาท นั่นเอง โดยจะมีผลอย่างมากในหัวข้อถัดไป













ระบบความปลอดภัย


ฮุนได เอช1 รุ่นเริ่มต้น มีถุงลมนิรภัยเพียง 2 จุด และเบรก ABS ส่วนรุ่นท็อปสุด เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างอีก 2 ตำแหน่งด้านหน้า รวมเป็น 4 จุด และเพิ่มระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP เข้ามาเท่านั้น











ขณะที่ โตโยต้า มาเจสตี้ จัดเต็มระบบความปลอดภัยในทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่ตัวเริ่มต้น ถุงลมนิรภัย 9 จุด มีม่านนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วย, เบรก ABS, ระบบควบคุมการทรงตัวVSC , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC ,ระบบเสริมแรงเบรก BA ,ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ,ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA และ ครุยคอนโทรล รวมถึง กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถด้วย

หากมองถึงจุดด้านความปลอดภัยที่ให้กับรถทั้งคัน รวมถึงผู้โดยสารในราคาที่ใกล้เคียงกันเช่นนี้ โตโยต้า มาเจสตี้ ให้อุปกรณ์ที่มากว่าอย่างชัดเจน






ญี่ปุ่น VS เกาหลี อะไหล่ใครหาง่ายกว่ากัน?


อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ คือ การบริการหลังการขาย ถ้ายังอยู่ในระยะรับประกัน ที่ 3 ปีหรือ 100,000 กม.นั้น เชื่อว่า ทั้งคู่ให้การบริการลูกค้าที่ดีได้ไม่น้อยหน้ากัน แต่หากหลังจากหมดระยะรับประกันไปแล้ว คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อไปกว่า ใครจะซ่อมและดูแลรักษาได้ง่ายกว่ากัน









ฮุนได เอช1 นั้น เป็นรถที่ประกอบจากเกาหลี ยอดขายของรุ่นนี้รวมตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ทำตลาดมาน่าจะมีจำนวนรถราว 10,000 คัน เปรียบเทียบกับ โตโยต้า มาเจสตี้ แม้จะเพิ่งเริ่มขายยังไม่มียอดจำหน่าย แต่ด้วยเครื่องยนต์เป็นตัวเดียวกับ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่มียอดจำหน่ายนับแสนคันต่อปี ดังนั้น ในแง่ของอะไหล่และการหาช่างซ่อมบำรุง โตโยต้า สร้างความมั่นใจได้เต็ม100%

เหนืออื่นใด โตโยต้า มาเจสตี้ เป็นรถประกอบจากญี่ปุ่น ซึ่งทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว ในแง่ของคุณภาพของสินค้าที่ประทับตรา Made in Japan ว่าเป็นเช่นไร เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องบรรยายเพิ่ม









ถึงบรรทัดนี้ เราขออนุญาตไม่บรรยายสรุป เชื่อว่าทุกท่านน่าจะได้คำตอบในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หัวข้อใดที่ท่านให้ความสำคัญ ด้วยจำนวนเงินที่จ่ายเท่ากัน ท่านจะได้จากรุ่นไหนมากกว่ากัน ชัดเจนตามสเปค




กำลังโหลดความคิดเห็น...