SET ปิดเช้าที่ 1,581.84 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด (+1.29%) มูลค่าซื้อขายราว 42,622 ล้านบาท นักวิเคราะห์เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้ฟื้นตามภูมิภาคหลังตะวันออกกลางผ่อนคลาย ทำให้มีแรงซื้อกลับหุ้นที่ร่วงลงเมื่อวาน โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ หนุนแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นำโดย DELTA แต่ภาพรวมยังมีปัจจัยลบกดดันทั้งบอนด์ยีลด์สูง-ดอลลาร์อ่อนค่า เสี่ยงเข้าภาวะ Risk Off ช่วงบ่ายให้แนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,548 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,581.84 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด (+1.29%) มูลค่าซื้อขายราว 42,622 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้ารีบาวด์ขึ้นมาเคลื่อนไหวแดนบวก โดยทำจุดสูงสุด 1,583.30 จุด และจุดต่ำสุด 1,570.48 จุด
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยเช้านี้ฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาคหลังอิหร่าน-อิสราเอลหยุดยิง ทำให้หุ้นที่ปรับลงไปแรงเมื่อวานฟื้นกลับมา โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเรา ขึ้นนำโดย DELTA
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวเป็นเพียงระยะสั้น เพราะยังมีปัจจัยกดดันปกคลุมอยู่ ทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) อายุ 10 ปี สูงขึ้นมาที่ 4.7% และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ามาที่ 100.7 เยนต่อดอลลาร์ อาจชนแนวต้าน เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Risk Off นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนี้
ขณะที่ทิศทางเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นเอเชียได้ทยอยไหลออกตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนบ้านเราคาดว่าจะเริ่มเห็นเงินทุนไหลออกในสัปดาห์นี้ ภาพตลาดยังให้น้ำหนัก "ระมัดระวัง" และอาจเริ่มทยอยขายทำกำไร แต่มองว่าในระยะ 3 เดือนถึงครึ่งปีหลังภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังบวกอยู่ ช่วงบ่ายนี้ให้แนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,548 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 6,192.36 ล้านบาท ปิดที่ 358.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,077.49 ล้านบาท ปิดที่ 64.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,100.58 ล้านบาท ปิดที่ 198.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,277.78 ล้านบาท ปิดที่ 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,036.45 ล้านบาท ปิดที่ 137.50 บาท ลดลง 1.50 บาท