เนื่องจาก “ป่าไม้” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดูแลสมดุลของธรรมชาติและลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และ “ป่าชุมชน” คืออีกหนึ่งพลังสำคัญที่สะท้อนบทบาทของคนในพื้นที่ ที่ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล สอดคล้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้คนและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
🌿 วันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปีตรงกับ “วันป่าชุมชนแห่งชาติ” (National Community Forest Day) ซึ่งตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 จากนั้นในวันที่ 11 มกราคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วันที่ 24 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันป่าชุมชนแห่งชาติ”
เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 นั้น เป็นไปเพื่อมุ่งเน้นให้ชุมชนสามารถจัดการป่าชุมชน ช่วยกันดูแลรักษาพร้อมกับได้รับประโยชน์ไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิดในปี 2569 “Community Forest Based Wellness : ป่าชุมชนสร้างสุข สร้างรายได้ สร้างอนาคต” สะท้อนให้เห็นถึงพลัง ของชุมชนในการร่วมกันดูแล รักษา และใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรป่าไม้อย่างสมดุลและยั่งยืน
พลังเล็ก ๆ ของชุมชน สู่การดูแลโลกทั้งใบ 🌏
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวน และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น “ป่าไม้” จึงกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดูแลสมดุลของธรรมชาติและลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และ “ป่าชุมชน” คืออีกหนึ่งพลังสำคัญที่สะท้อนบทบาทของคนในพื้นที่ ที่ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล สอดคล้องกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้คนและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันประเทศไทยมีป่าชุมชนกว่า 11,224 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6.24 ล้านไร่ โดยป่าชุมชนมีบทบาทสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน เนื่องจากต้นไม้สามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน รวมถึงช่วยอนุรักษ์แหล่งน้ำ ดิน และความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชน ผ่านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน ป่าชุมชนยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนคาร์บอนเครดิตของประเทศ โดยข้อมูลจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีโครงการคาร์บอนเครดิต (ป่าชุมชน) ที่สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้แล้ว จำนวน 13 โครงการ มีปริมาณการซื้อขายรวม 47,956 tCO2eq คิดเป็นมูลค่า 54,475,955 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนในการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้และพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
คาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างอาชีพและรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน อันเป็นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
🤝 วันป่าชุมชนแห่งชาติ จึงไม่ใช่แค่วันสำคัญ แต่เป็นโอกาสที่ชวนให้เราทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงมือทำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น
✔️ ปลูกต้นไม้ และดูแลพื้นที่สีเขียวใกล้ตัว
✔️ สนับสนุนสินค้าจากชุมชนที่ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
✔️ แชร์เรื่องราวดี ๆ ของป่าชุมชน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ป่าไม้
.
🌿ป่าชุมชนจึงไม่ได้มีความสำคัญแค่ในระดับท้องถิ่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกทั้งใบ เพราะเมื่อ “คนดูแลป่า” ป่าก็จะช่วย “ดูแลโลก” ให้เราในระยะยาว