xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์” สั่งเร่งเพิ่มรายได้ประเทศ ดันส่งออกสินค้าเมกะเทรนด์โลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“จุรินทร์” สั่งเร่งดันส่งออกสินค้าที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก เหตุเป็นสินค้ามีมูลค่าสูง ทำเงิน ทำรายได้เข้าประเทศได้มากขึ้น ชี้เป้าสินค้าไลฟ์สไตล์ที่พัฒนาจากวัสดุเหลือใช้ อาหารแปรรูป อาหารอนาคต มังสวิรัติ ฮาลาล ส่วนธุรกิจบริการ เน้นบริการสุขภาพ ดิจิทัลคอนเทนต์ การศึกษา แฟรนไชส์ โลจิสติกส์ และร้านอาหาร ส่วนธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 ให้ลุยต่อ รวมถึงสินค้าที่ตอบสนองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทำแผนเร่งรัดการส่งออกสินค้าที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลกให้มากขึ้น เพราะถือเป็นอนาคตของการส่งออกของไทย และเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และทำเงินเข้าประเทศได้ดีกว่าการส่งออกสินค้าขั้นปฐมเพียงอย่างเดียว

โดยสินค้าที่ต้องส่งเสริม ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่พัฒนามาจากวัสดุเหลือใช้ หรือผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร และขยะคุณภาพดีจากแหล่งอุตสาหกรรม ที่นำมาแปรรูปและออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เชิงสร้างสรรค์ สินค้าในกลุ่มอาหารแปรรูป เกษตรแปรรูป และสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ที่ได้รับการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์เทรนด์เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)


นอกจากนี้ ให้เน้นอาหารอนาคต ได้แก่ 1. อาหารฟังก์ชัน 2. อาหารนวัตกรรมใหม่ 3. อาหารทางการแพทย์ และ 4. อาหารอินทรีย์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในด้านต่างๆ เช่น การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพื่อโภชนาการเฉพาะบุคคล เพื่อสุขภาพจิตที่ดี เพื่อโภชนาการรูปแบบใหม่ที่ไม่บริโภคอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ และผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยมีตลาดส่งออกเป้าหมายหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมถึงอาหารมังสวิรัติ ที่มีแนวโน้มเติบโตดี เน้นตลาดอินเดีย สินค้าฮาลาล ที่ไม่ใช่เฉพาะอาหาร ให้รวมสินค้าแฟชั่นและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง เน้นประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ UAE และประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม แต่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มาก เช่น อินเดีย จีน รัสเซีย และสมุนไพร เครื่องสำอาง ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น จีน เวียดนาม รัสเซีย

นางมัลลิกากล่าวว่า สำหรับธุรกิจบริการ ให้เน้นความสำคัญต่อการส่งเสริมธุรกิจบริการมูลค่าสูง ได้แก่ บริการสุขภาพ เช่น สปา โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น เกม คาแรกเตอร์ ซอฟต์แวร์ โซลูชัน แอนิเมชัน โฆษณา โพสต์โปรดักชัน ภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นแหล่งเอาต์ซอร์สงานระดับสูง และเป็นผู้นำด้านไอพีของตลาดเอเชีย ธุรกิจบริการอื่น เช่น การศึกษานานาชาติ แฟรนไชส์ บริการสิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ สตาร์ทอัพ ก่อสร้าง อีเวนต์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางบริการสนับสนุน และโลจิสติกส์ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในอาเซียน รวมถึงธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่ต้องเร่งสนับสนุนร้านอาหารที่ได้ตราสัญลักษณ์ Thai Select เพื่อช่วยในการฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 และใช้เป็นช่องทางในการส่งออกวัตถุดิบอาหารและเครื่องปรุงรส

ส่วนสินค้าที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์โควิด-19 ให้เร่งรัดผลักดันการส่งออกต่อ เช่น สินค้าเกษตร และอาหาร ทั้งอาหารคน และอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน และสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและเพื่อสุขภาพและอนามัย รวมถึงสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...