xs
xsm
sm
md
lg

Huawei ช้ำ Samsung ชนะ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ประเมินสถานการณ์ล่าสุดตลาดสมาร์ทโฟนในวันที่หัวเว่ย (Huawei) ถูกสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำครบ 1 เดือน พบสงครามการค้ามีผลทำให้ยอดการส่งมอบสมาร์ทโฟนลดลง 3.1% ในปี 2019 แต่ซัมซุง (Samsung) มีแนวโน้มจะขยายส่วนแบ่งตลาดได้อีกในช่วงเวลาที่คู่แข่งใหญ่ต้องดิ้นรน เช่นเดียวกับค่ายสมาร์ทโฟนเบอร์รองที่ได้รับอานิสงส์จนต้องเร่งเครื่องบุกตลาดให้ทันนาทีทอง

สำหรับ Huawei แม้จะมีการประเมินว่าเจ้าพ่อจีนเจ็บหนัก ยอดขายหดตัว 30-60% ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกที่ข่าวการคว่ำบาตรแพร่สะพัดไป แต่นักวิเคราะห์มั่นใจว่าเวลานี้ยังเร็วเกินไปที่ฟันธงว่า Huawei คือผู้แพ้ เพราะรากลึกที่ Huawei ฝังไว้ในระบบเศรษฐกิจโลกนั้นทำให้ทุกฝ่ายออกหน้าปกป้อง พร้อมกับเตือนสติสหรัฐฯว่าการคว่ำบาตรผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารอันดับ 1 จะส่งผลกระทบในวงกว้างมากกว่าที่คิด

หากไม่นับการจ้างงานที่อาจจะลดลงจนทำลายอุตสาหกรรมไอทีโลก ยังมีเม็ดเงินมหาศาลที่จะหายวับไปจากตลาดทันทีที่มีการคว่ำบาตรไม่ซื้ออุปกรณ์จาก Huawei ความกังวลนี้ทำให้เริ่มมีข่าวการร้องเรียนให้รัฐบาลสหรัฐฯยืดเวลาคว่ำบาตร Huawei ออกไปเป็น 2-4 ปี เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาพิจารณาถึงทุกผลกระทบให้ถี่ถ้วนรอบด้านมากขึ้น

คาดปีนี้สมาร์ทโฟนหด

บริษัทวิจัยคานาลิสต์ (Canalys) คาดการณ์ว่าการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2019 มีแนวโน้มลดลงมากกว่า 3% เมื่อเทียบกับปี 2018 ที่อยู่ที่ระดับ 1,350 ล้านเครื่อง

เหตุผลส่วนหนึ่งของการลดลงคือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ที่ Huawei ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด จากคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐฯที่ลงนามเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม และความเปลี่ยนแปลงอื่นที่ตามมา ทำให้ Canalys ปรับลดการคาดการณ์ความเสียหายให้น้อยลงแล้ว เพื่อสะท้อนถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนในสถานการณ์นี้

ไม่ว่าอย่างไร Canalys ยังเชื่อว่าข้อจำกัดจะมีผลกับ Huawei โดยตรงในช่วงเวลาที่พ้นจากระยะผ่อนผัน 90 วัน หนึ่งในผลกระทบสำคัญคือความสามารถในการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ในระยะนี้ โดยเฉพาะตลาดนอกประเทศจีน เบื้องต้น Canalys คาดว่า Huawei กำลังดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของปัญหาการผลิตชิ้นส่วนประกอบและการให้บริการ แต่ศักยภาพในตลาดต่างประเทศจะมีปัญหาติดขัดอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่สหรัฐฯและจีนอาจบรรลุข้อตกลงได้ในที่สุด

แม้จะไม่ออกมายอมรับด้วยตัวเอง แต่โลกรับรู้กันทั่วแล้วว่า Huawei ถูกตัดยอดสั่งซื้อลงจากเดิม จนทำให้บริษัทต้องกลับมานอนคิดทบทวนเป้าหมายที่ตั้งใจแซงหน้าซัมซุง (Samsung) อีกครั้ง เนื่องจากฝันนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้น้อยมาก เพราะ Huawei ไม่อาจทำยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนปี 2019 ได้เข้าเป้า

Canalys มั่นใจว่าสงครามการค้าครั้งนี้จะไม่มีผู้ชนะ มีแต่เพียงผู้แพ้ซึ่งแล้วแต่ว่าจะแพ้มากหรือน้อยกว่าเท่านั้น สาเหตุเพราะหลายแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกส่วนใหญ่มีสายการผลิตอย่างน้อย 1 ส่วนในจีน และต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากจีนในระดับสากล ซึ่งหมายความว่าทุกแบรนด์จะได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

นอกจากนี้ แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยังต้องดิ้นรนในยุคที่ผู้คนถือครองโทรศัพท์รุ่นเดิมไว้นานขึ้นกว่าจะยอมอัปเกรด ภาพรวมขณะนี้ทำให้ Canalys มองว่า Samsung จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ด้วยกลยุทธ์ธุรกิจสมาร์ทโฟนที่รุกหนัก และความสามารถในการเพิ่มการผลิตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในระยะยาว บริษัทสัญชาติเกาหลีอาจต้องต่อสู้สุดฤทธิ์เพื่อแก้ปัญหาสินค้าและชิ้นส่วนขาดแคลน

รุชาห์ โดชิ (Rushabh Doshi) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Canalys เชื่อว่าในขณะที่ผู้ขายรายอื่นจะพยายามตอบโจทย์โอกาสใหม่ในตลาดจนถึงปลายปีนี้ แต่ Samsung จะได้เปรียบมากที่สุดเพราะเป็นผู้ควบคุมการจัดหาส่วนประกอบได้ดีกว่าใคร

สำหรับความต้องการสินค้าเทคโนโลยี 5G คาดว่าจะเริ่มมีผลกับตลาดสมาร์ทโฟนโลกภายในปี 2020 ซึ่งจะเติมเชื้อไฟให้ตลาดรุ่นท็อปมีดีมานด์มากขึ้น

Canalys ประเมินว่าแบรนด์สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะมีแผนฉุกเฉินเพื่อลดความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร Huawei โดยอานิสงส์ 5G และนวัตกรรมฮาร์ดแวร์อื่นจะขับเคลื่อนความต้องการของผู้บริโภค จนยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอาจกลับมาเติบโตเล็น้อยในปีหน้า ตัวเลขประเมินเบื้องต้นคือเพิ่มขึ้น 3.4% เป็น 1,390 ล้านเครื่อง

เกาหลียิ้มได้บ้าง

Huawei เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ซื้อชิปจาก Samsung แม้จะแข่งขันเต็มที่ในตลาดสมาร์ทโฟน แต่ Huawei ก็ซื้อชิป DRAM และ NAND flash จน Huawei เป็นที่รู้จักในฐานะ 1 ใน 5 ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดซึ่งครองสัดส่วนประมาณ 5% ของยอดขายทั้งหมด ไม่ว่าตัวเลขนี้จะหดหายไปเท่าไร แต่การประเมินจากบริษัทวิจัย พบว่า Samsung จะสามารถจัดส่งสมาร์ทโฟนได้ประมาณ 315 ล้านเครื่องในปีนี้ และรักษาตำแหน่งสูงสุดได้อย่างง่ายดายด้วยส่วนแบ่ง 23%

และหากการควำบาตรยังดำเนินต่อไป บริษัทสเตรทิจีอะแนลไลติกส์ (Strategy Analytics) ประเมินว่าส่วนแบ่งการตลาดของ Samsung ในเวทีโลกจะขยายตัวเป็น 24.5% ในปีหน้า

Strategy Analytics เชื่อว่าความสูญเสียที่ Samsung กำลังเผชิญจากยอดขายชิปหน่วยความจำที่ลดลงไป อาจถูกชดเชยด้วยผลกำไรจากธุรกิจสมาร์ทโฟน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Samsung คือการร่วมมือกับเอเอ็มดี (AMD) ประกาศข้อตกลงซื้อไลเซนส์เทคโนโลยีกราฟิก AMD Radeon เพื่อรวมเข้ากับชิป Samsung ในอนาคต ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่า Samsung กำลังกักตุนความแข็งแกร่งเพื่อสู้กับแอปเปิล (Apple) ให้ยั่งยืนมากขึ้น

เบอร์รองเร่งเครื่อง


ในขณะที่ Huawei ประเทศไทยพยายามเรียกความมั่นใจจากผู้บริโภค ด้วยการยืนยันว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่จำหน่ายไปแล้ว และที่ทำตลาดอยู่ในเวลานี้จะไม่โดนผลกระทบจากเหตุการณ์คว่ำบาตรแน่นอน คู่แข่งเบอร์รองอย่างออปโป้และโนเกียนั้นเดินเครื่องเปิดตัวรุ่นใหม่เพื่อฉวยโอกาสระหว่างคู่แข่งอ่อนแอ

ออปโป้ (OPPO) เป็นแบรนด์จีนม้ามืดที่สามารถครองอันดับ 1 ตลาดรวมสมาร์ทโฟนไทยตั้งแต่ไตรมาสปลายปี 2018 สิ่งที่ OPPO ทำคือการเทงบประมาณ 100 ล้านบาทเพื่อทำตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Reno Series เพื่อเจาะตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคาเกิน 2 หมื่นบาท ซึ่งเป็นเซกเมนต์หลักที่ Huawei เจ็บหนักที่สุด



แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมยืนยันว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของ Huawei นั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัดทันทีในสัปดาห์ที่มีข่าว แม้จะไม่ลดรุนแรงถึงขั้นเกิน 80% แต่ก็ชัดเจนว่าตัวไฮเอนด์โดนหนักที่สุด จุดนี้ทำให้เวนเดอร์ผู้ขายต้องเกาะติดสถานการณ์ และวางแผนรวมถึงยืนยันคำสั่งซื้อเป็นรายวัน จากเดิมที่เป็นรายสัปดาห์

ด้านโนเกีย (Nokia) ผู้บริหารยอมรับว่า Nokia ได้ประโยชน์จากสงครามนี้เพราะภาพแบรนด์ยุโรปที่ติดตัวมา สิ่งที่ต้นสังกัด Nokia สัมผัสได้ในช่วงหลังจากที่ Google ประกาศแผนจำกัดการใช้บริการ Google บนสินค้า Huawei คือตอนนี้คนไทยเริ่มเห็นคุณค่าของการอัปเกรดโทรศัพท์ ทำให้มีผู้ใช้ถามกับตัวแทนจำหน่าย Nokia มากขึ้นถึงการได้อัปเกรด ส่งให้ผู้ใช้เริ่มสนใจแบรนด์ Nokia เสริมจุดขายที่ Nokia ชูมาตลอดแต่ไม่ฮือฮาเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม การเร่งเครื่องนี้มีทั้งโอกาสรุ่งและร่วง เพราะแม้ OPPO จะพยายามชูจุดขายซูม 60 เท่าตัวในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และ Nokia จะชูจุดขายเรื่องการได้อัปเกรดซอฟต์แวร์จนทำให้เครื่องใหม่เสมอหลังจากใช้งาน แต่การสำรวจของ Canalys ก็ยังพบว่าตลาดสมาร์ทโฟนที่ "ขาดนวัตกรรมที่มีความหมาย" จะยังคงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคถือโทรศัพท์ไว้นานขึ้นในนาทีนี้ เป็นที่มาของตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนรายไตรมาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
กำลังโหลดความคิดเห็น...