xs
xsm
sm
md
lg

แมลงเม่าบินเข้า AI - AIE / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


หลังจากถูกแขวนป้ายเอสพี ต้องพักการซื้อขายประมาณ 4-5 ปี หุ้นบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI และบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE ได้รับอนุมัติเข้ามาซื้อขายอีกครั้ง และแม้จะสร้างความเสียหายให้นักลงทุนอย่างหนัก แต่เมื่อมาแจ้งเกิดใหม่ นักลงทุนกลับแห่เก็งกำไรอย่างคึกคัก

หุ้น AI และ AIE เป็นหุ้นแม่หุ้นลูก โดยกลุ่มธารีรัตนาวิบูลย์ และ AI ถือหุ้นใน AIE สัดส่วน 61.77% ของทุนจดทะเบียน

ทั้ง 2 บริษัท มีปัญหาด้านฐานะการดำเนินงาน เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน และถูกจับเข้ากลุ่มฟื้นฟู โดย AI เข้าไปกอ่น และ AIE ตามเข้าไป โดยถูกพักการซื้อขายเมื่อปี 2558 หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเอ็มเอไอได้เพียงปีเศษเท่านั้น

AI มีนักลงทุนรายย่อยติดค้างอยู่เกือบ 8 พันราย ทั้งหมดขาดทุนหนักจากหุ้นตัวนี้ ส่วน AIE มีนักลงทุนติดค้างอยู่กว่า 5 พันราย และเช่นเดียวกันทุกคนขาดทุนหนัก

AIE อยู่ในอาการที่หนักกว่า AI เพราะก่อพฤติกรรมเลวร้ายไว้ โดยนายอนุรักษ์ และนายนพพล ธารีรัตนาวิบูลย์ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษในความผิดการจัดทำบัญชีและงบการเงินไม่ถูกต้อง เพื่อลวงให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดในฐานะการเงินและผลประกอบการของบริษัท

แม้ผู้บริหารทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มธารีรัตนาวิบูลย์ จะถูกขึ้นบัญชี ไม่สามารถเป็นผู้บริหารหรือกรรมการบริษัทจดทะเบียนได้ แต่โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ AI และ AIE ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยกลุ่มธารีรัตนาวิบูลย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และกุมอำนาจบริหารอยู่

ดังนั้น แม้ AI และ AIE จะแต่งตัวใหม่สำเร็จ จนได้รับอนุมัติให้กลับเข้ามาซื้อขายใหม่ แต่ภาพลักษณ์ด้านลบในอดีต น่าจะทำให้นักลงทุนถอยห่างจากหุ้นแม่ลูกคู่นี้

นอกจากนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ออกประกาศเตือนนักลงทุน ขอให้ศึกษาสรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติกลับเข้ามาซื้อขายในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

แต่ปรากฏว่า นักลงทุนกลับแห่เก็งกำไรหุ้น AI และ AIE ทำให้บรรยากาศการซื้อขายคึกคักเกินความคาดหมาย


หุ้น AI เปิดการซื้อขายใหม่ที่ 1.36 บาท และถูกลากขึ้นไปสูงสุดที่ 1.41 บาท ต่ำสุดที่ 1.29 บาท ก่อนจะปิดที่ 1.33 บาท มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 290.48 ล้านบาท

ส่วนหุ้น AIE เปิดการซื้อขายที่ 40 สตางค์ ถูกลากขึ้นไปสูงสุดที่ 68 สตางค์ ต่ำสุดที่ 39 สตางค์ ก่อนปิดที่ 68 สตางค์ โดยราคาปิดครั้งสุดท้ายก่อนถูกพักการซื้อขายปี 2558 อยู่ที่ 67 สตางค์ มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 623.30 ล้านบาท และกลายเป็นหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายร้อนแรงมากที่สุดในตลาดหุ้นเอ็มเอไอ

นักลงทุนคงมีข้อสงสัยเหมือนกันว่า แรงซื้อที่ไหลเข้ามาในหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้มาจากไหน เพราะไม่น่าจะมีใครเข้าไปเล่นหุ้นคู่นี้มากนัก เนื่องจากเคยสร้างความเสียหายไว้ และมีพฤติกรรมไม่ดีในอดีต

นักลงทุนจึงระมัดระวังตัว เพราะการกลับเข้ามาใหม่อาจก่อพฤติกรรมซ้ำรอยอดีต เช่นเดียวกับหุ้นที่หลุดจากกลุ่มฟื้นฟูอีกหลายตัว

การแจ้งเกิดใหม่ของ AI และ AIE ได้รับการต้อนรับดีอย่างเหลือเชื่อ มูลค่าการซื้อขายคึกคัก เหมือนนักลงทุนไม่สนใจพฤติกรรมในอดีต ไม่กลัวว่าจะเจ็บตัวซ้ำสอง

แต่ต้องเฝ้าติดตามดูว่า AI และ AIE ภาคใหม่ จะล้างภาพลักษณ์เก่าๆ ได้หรือไม่ ส่วนนักลงทุนที่เคยเสียหายจากหุ้นแม่ลูกคู่นี้คงไม่ยอมเข้าไปเสี่ยงเจ็บเนื้อเจ็บตัวอีก

กำลังโหลดความคิดเห็น...